Singha 的个人资料Toilet for thoughts...照片日志留言簿 工具 帮助

日志


8月23日

อันนี้ลงpost today วันจันทร์ที่ 28 สิงหา ครับผม

Pop eye View

สภาพจิตแบบPop

                Pop culture สำหรับหลายๆคน คงจะหมายถึงรูปแบบหนึ่งของเพลง หนังสือ หรือ ว่าสื่อต่างๆ ที่ได้รับความนิยมหรือได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ในสังคม แต่ในความเป็นจริง pop culture นั้นรวมถึงทุกมิติของวัฒนธรรมที่เป็นมาตรฐานของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น การทำอาหาร การแต่งตัว รูปแบบความสัมพันธ์ หรือว่าเรื่องเล่าต่างๆที่เมาท์กัน ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของ pop culture ทั้งสิ้น พูดได้อีกแง่ก็คือ ทุกสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมทำหรือเสพย์ในชีวิตประจำวัน นั่นแหละครับคือ pop culture และเมื่อเราเข้าใจความหมายจริงของpop cultureแล้วก็อาจจะสรุปได้ว่า คำว่า อินดี้ หรือที่ย่อมาจากindependentซึ่งเรามักจะนึกว่าเป็นขั้วตรงข้ามของpopนั้น จริงๆแล้วก็ครอบคลุมได้เพียงแค่ส่วนหนึ่งของสิ่งที่ตรงข้ามกับความเป็นPop คงจะไม่มีใครเคยพูดหรือได้ยินคำว่าการทำอาหารแบบอินดี้ การบูชาพระแบบอินดี้ (แน่นอนครับ จตุครามฯก็ Pop) หรือว่าการทำงานแบบอินดี้เป็นแน่แท้

สิ่งที่ตรงข้ามกับ Popจริงๆนั้นก็คืออะไรก็ตามที่คนส่วนใหญ่เขาไม่ทำกัน อย่างเช่นกลุ่มคนที่นิยมกินอาหารเปรูเป็นประจำ หรือว่ากลุ่มคลั่งนาซีในสังคมไทยเป็นต้น และแน่นอนว่าสิ่งต่างๆที่เป็น pop สำหรับสังคมหนึ่ง ในอีกที่หนึ่งก็อาจจะไม่ pop ก็ได้ และเฉพาะในสังคมไทยเอง ความเป็น Popที่คลอบคลุมได้ทั่วทั้งประเทศก็คงจะไม่มีหรือหาได้ยาก

ความเป็นPopที่ผมกล่าวมาแล้วนั้นคือส่วนหนึ่งของลักษณะทางวัฒนธรรม (cultural characteristic) นั่นก็คือสิ่งที่เราทำ บริโภค นิยม หรือไม่นิยม แต่ในขณะเดียวกัน ลักษณะทางวัฒนธรรมก็ไม่ได้ครอบคลุมถึงทุกแง่มุมของตัววัฒนธรรม องค์ประกอบเช่นกฎเกณฑ์ บรรทัดฐาน หรือ ว่าสถาบัน ก็เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่สร้างวัฒนธรรมและก่อเกิดสังคมต่อมา

นอกจากองค์ประกอบเหล่านั้นแล้ว สภาพจิต และความเชื่อของมหาชนก็เป็นยังส่วนสำคัญหนึ่งของวัฒนธรรม และเฉกเช่นเดียวกับดนตรี หนัง หรือว่า พรรคการเมือง สภาพจิตของคนเรามีทั้งแบบpopและไม่pop และสภาพจิตที่popในสังคมหนึ่งๆนั้นสามารถสรุปและศึกษาได้จากแง่มุมที่น่าสนใจแง่มุมหนึ่งของสังคม และนั่นก็คือมิติทางวัฒนธรรม (Cultural Dimension)

                 Cultural Dimension บ่งบอกถึงสภาพจิตโดยรวมของสังคม สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีที่สุดโดยงานวิจัยของ ศาสตราจารย์ Geert Hofstede แห่ง Maastricht University นักสังคมศาสตร์ชาวดัชที่แบ่งมิติทางสังคมออกเป็น 5 ลักษณะที่สามารถวัดระดับได้โดยแบบสอบถามและการสำรวจพฤติกรรมตามสถานที่ทำงานในแต่ละสังคม 5 ลักษณะนั้นแบ่งออกเป็น

                1.  Power Distance: เป็นการบ่งบอกว่าในสังคมหนึ่งๆนั้น สมาชิกที่อยู่ในระดับด้อยกว่าในสถาบันต่างๆเช่นครอบครัว หรือ บริษัท ยอมรับได้มากน้อยแค่ไหนว่าสมาชิกของสถาบันที่อยู่ในระดับสูงกว่ามีอำนาจมากกว่า หรือพูดอีกแง่หนึ่ง ค่าPDI(Power Distance Index)ยิ่งสูง เท่ากับว่าสังคมนั้นๆยอมรับอำนาจเหนือหัว และความไม่เสมอภาคได้มากขึ้นไปด้วย

                2. Individualism (IDV) ตรงข้ามกับ Collectivism บ่งบอกถึงระดับของการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มในสังคม ยิ่งค่า IDVยิ่งสูง บ่งบอกว่าสมาชิกในสังคมเน้นความเป็นปัจเจก ตัวใครตัวมัน สมาชิกไม่ได้ถูกคาดหวังให้ดูแลซึ่งกันและกัน ค่าIDVยิ่งต่ำแปลว่าสังคมนั้นสมาชิกมักจะถูกรวมอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตั้งแต่เกิดจนโต และถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหรือสถาบันมากกว่าตัวบุคคล ไม่โดเด่น

                3. Masculinity (MAS) ตรงข้ามกับ Femininity บ่งบอกถึงการแบ่งบทบาทระหว่างเพศในสังคม MASยิ่งมากแปลว่าผู้ชายมีบทบาทมากกว่า งานวิจัยใหม่ๆยังบอกด้วยอีกว่าผู้คนในสังคมที่มีค่า MAS สูงกว่า จะมีความรู้สึกแข่งขันสูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม ในขณะที่สมาชิกของสังคมที่มีค่าMASต่ำจะค่อนข้างถ่อมตัว และเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน

                4. Uncertainty Avoidance Index (UAI) บ่งบอกถึงระดับความไม่แน่นอนหรือความผิดปรกติที่สังคมหนึ่งๆยอมรับได้ สังคมที่มีค่าUAIสูงคือสังคมที่ไม่ยอมรับสภาวะ ผิดปรกติ หรือ แตกต่างใดๆ และมักจะสะท้อนออกมาในรูปแบบของกฎเกณฑ์และบรรทัดฐานของสังคมที่เข้มงวด ความเห็นที่แตกต่างจากกระแสหลักมักจะไม่เป็นที่ยอมรับหรือว่าแม้แต่โดนต่อต้าน และในระดับศาสนาก็มักจะมีพระเจ้าแค่องค์เดียวหรือว่ามีเป้าหมายในการค้นหาความจริงเพียงหนึ่งเดียว (Absolute Truth) ในทางตรงกันข้าม สังคมที่UAIต่ำมักประกอบด้วยความหลากหลายทางความคิด และความเชื่อทางศาสนาก็เป็นในระดับบุคคล (Relativism) และสมาชิกของสังคมมักจะออกความเห็นโดยไม่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมรอบตัว

                5. Long Term Orientation (LTO) สังคมที่มีค่าLTOสูงจะให้คุณค่ากับอนาคตมากกว่าปัจจุบัน ใช้เงินอย่างระมัดระวังและมีการวางแผนสำหรับอนาคต และรวมไปถึงความเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งและยึดมั่นไปตลอดชีวิต ในทางตรงกันข้าม สังคมที่มีLTOต่ำหรือว่าเป็น Short Term Orientedจะให้ความสำคัญกับประเพณี การเติมเต็มหน้าที่ทางสังคม และการรักษาหน้าตาและชื่อเสียงในสังคม

                  สถาบันITIM international ทำการวิจัยสำรวจCultural Dimensionในกว่า50ประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ผลที่ได้นั้น โดยตัวของมันเองอาจจะไม่ทำให้เห็นภาพได้เท่ากับการนำมันไปเปรียบเทียบกับประเทศตะวันตกต้นแบบอย่างอเมริกา ซึ่งความแตกต่างของระดับค่าต่างๆของสองประเทศนี้ค่อนข้างจะชัดเจน

                สำหรับPower distance indexนั้นค่าประเทศไทย PDIของไทยอยู่ที่70จาก100 สูงกว่าของอเมริกาอยู่ประมาณ30จุด แสดงให้เห็นชัดเจนว่าคนไทยมองความไม่เสมอภาคเป็นเรื่องธรรมดา และยอมรับconceptของ นายหัวเป็นเรื่องทั่วไป (มิน่าล่ะ ประชานิยมถึงเวิร์ค) ค่าindividualism ของอเมริกาสูงปรี้ดเกือบทะลุเพดานอยู่ที่ประมาณ 97 ในขณะที่ของไทยอยู่ที่20ต้นๆ แสดงให้เห็นถึงธรรมชาติของความเป็นมนุษย์รวมหมู่ของคนไทย เธอจะไปฉี่ฉันไปด้วย เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ เพื่อนเจ็บฉันก็เจ็บเหมือนกัน อะไรประมาณนั้น ค่าMasculinityของไทยอยู่ที่ระดับ 40 จุด ต่ำกว่าของอเมริกาอยู่30จุด แสดงถึงบทบาทของผู้หญิงที่เริ่มมากกว่าผู้ชายในที่ทำงาน (เดี๋ยวนี้ผมไปออฟฟิศไหนก็เห็นแต่ผู้หญิงครับ จริงๆ) รวมถึงความรู้สึกแข่งขันโดยธรรมชาติที่น้อยกว่าประเทศเจ้าทุนนิยมอย่างอเมริกาในองศาที่พอควร และสำหรับค่าUncertainty Avoidanceของสังคมไทยอยู่ที่ 70 สูงกว่าอเมริกา 20 จุด UAIที่สูงแสดงให้เห็นว่าคนไทยไม่ได้มองความแตกต่างเป็นเรื่องดีนัก จะเห็นได้จากประเพณีที่สงวนความเป็นปัจเจกไว้ในระดับหนึ่ง (หรือว่านี่คือเหตุผลที่เกือบทุกจังหวัดที่อยู่ภาคเดียวกันออกเสียงประชามติไปในทางเดียวกัน เพื่อนบ้านโหวตแบบนี้ฉันก็ต้องโหวตแบบนี้) และสุดท้ายสำหรับLong term Orientation ประเทศไทยอยู่กลางๆที่ 50 แสดงให้เห็นว่าให้ความสำคัญกับปัจจุบันและอนาคตในองศาที่พอๆกัน ในขณะที่ค่าLTOของอเมริกาอยู่ที่ 20ต้นๆ แสดงให้เห็นว่าชาวแยงกี้ค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ทางสังคมของตนเองค่อนข้างเยอะ       

                วิธีวัดว่าสภาพจิตของตัวคุณเองเป็นแบบไหนก็ง่ายๆครับ เพียงแค่คุณอ่านย่อหน้าที่แล้วและสำรวจปฏิกิริยาแรกของตัวคุณเอง หากความคิดแรกของคุณคือ กูว่าแล้ว คนไทยแม่งก็เงี้ยะ แปลว่าคุณมีสภาพจิตแบบอินดี้ครับ แต่ถ้าคุณคิดว่า ก็ไม่เห็นไรนี่ คนไทยเราก็เป็นแบบนี้แหละแปลว่าคุณมีสภาพจิตแบบpopครับ ลองสำรวจตัวเองกันดูนะครับว่าคุณมีจิตแบบไหน

(For more information, go to:  www.geert-hofstede.com)

วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล