Singha 的个人资料Toilet for thoughts...照片日志留言簿 工具 帮助

日志


8月11日

จากเมืองลับแล

ใบไม้แดง 9

ฅนอาสา

 

          ผมได้พบคนชื่อแจ็คที่หมู่ อ.ลับแล จ.อุตรดิตฐ์

               

                น้องๆรู้ไหมครับ คำว่าวาลันเทีย(สำเนียงไทย)หมายความว่ายังไง

                 ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเรากำลังขุดดินกันอย่างขยันขันแข็ง ผมของเขายาวถึงกลางหลัง รวบเป็นหางม้าไว้ด้วยหนังยางหนึ่งเส้น เขามีผิวสีเข้มที่ดูเหมือนว่าเกิดจากการผสมผสานกันระหว่างสีน้ำตาลและสีเทา หมวกผ้าสีม่วงเข้มที่เขาใส่อยู่มีรอยขาดอยู่เต็มใบ มือสองข้างของเขาท้าวอยู่บนปลายจอบที่ปักอยู่บนพื้นดิน ขาของเขาขยับถี่ๆแสดงอาการรอคอยคำตอบของคำถามที่เขาได้ยิงไปเมื่อครู่นี้

                เอ่อ... อาสาสมัครมั้งคะ หนึ่งในสมาชิกหญิงของพวกเราเอ่ยขึ้น พวกเราไม่รู้จักกับชายผมยาวคนนี้มาก่อน เราเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อตอนเช้าของวันนี้ วันที่1 กรกฎาคม 2549 ก่อนที่จะได้รับมอบหมายงานแรกให้ขุดหลุมปริมาตร 1 ลูกบาศก์เมตร จำนวน16 หลุมเพื่อใช้ปักเสาบ้านของพี่เมย์ หนึ่งในผู้ประสพภัยที่สูญเสียทั้งที่อยู่อาศัยและญาติมิตรจากเหตุการณ์โคลนถล่มเมื่อเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา

                พวกเราเด็กธรรมศาสตร์ทั้งยี่สิบคน หยุดงานของเราและจ้องมองชายผมยาวคนนั้นด้วยความสนใจในคำตอบที่กำลังจะได้ยิน

                วาลันเทีย(สำเนียงไทย) คืออาสาสมัครครับ ใช่ แต่น้องๆรู้ความหมายทั้งหมดของคำๆนี้รึเปล่า...

                คนเป็นอาสาสมัครนั้น หนึ่งต้องเปิดใจให้กว้าง ต้องลดตัวเองไปให้เท่ากับชาวบ้าน ไม่ใช่คิดว่าตัวเองนั้นมาจากเมืองแล้วรู้มากกว่า ฉลาดกว่า เราต้องลงไปให้ถึงหัวใจของชีวิตชนบท เรียนรู้กับทุกสิ่ง แล้วคิดเสมอว่าชาวบ้านที่นี่ทุกคนรู้มากกว่าเรา สองอาสาสมัครต้องหูไวตาไว มองทุกอย่างรอบตัว ตาไวคือมีความตื่นตัวตลอดเวลา มองว่าเพื่อนคนไหนต้องการความช่วยเหลือ เศษไม้เศษตะปูตรงไหนเป็นอันตรายบ้าง ระวังระไวแทนกันและกันไม่ให้มีใครบาดเจ็บได้ หูไวคือรับฟังสิ่งรอบข้างตลอดเวลา ชาวบ้านที่นี้เขาไม่กล้ามาขอพวกเราหรอกครับ ต้องตั้งใจฟังให้ดี ว่าเขาต้องการอะไร หลังจากโคลนถล่มแล้วพวกเขาต้องการอะไรบ้าง อะไรบ้างที่เราช่วยได้ อะไรบ้างที่พวกเราหาคนมาช่วยได้ นั่นคือหูไว แต่ตาไวหูไวแล้ว ในทางกลับกัน ปากต้องไม่ไว คิดก่อนพูดครับ ตลกลามก คำหยาบอะไรเอาไว้ใช้ที่บ้าน พวกเรามาค่ายอาสาอย่างแปลว่าคิดดี ทำดีแล้ว แต่จะให้สมบูรณ์แบบก็ต้องพูดดีด้วยนะครับ หวังว่าที่พี่พูดไปนี่คงเป็นประโยชน์กับน้องๆธรรมศาสตร์ในวันที่เหลือของค่ายอาสาของน้องนะครับ

                พูดเสร็จชายผมยาวคนนั้นก็เดินจากไป แผ่นหลังของผู้ชายที่เดินจากไปหลังจากทิ้งคำคมไว้นี่มันช่างเท่จริงๆ พวกเราคิด แต่อีกใจหนึ่งก็ยังรู้สึกงงงวยสงสัยกับการที่ถูกชายที่ไม่เคยรู้จักเลยสั่งสอนเสียหนึ่งบท พี่เค้าคงเป็นห่วงพวกเรามั้ง หนึ่งในสมาชิกค่ายของเราเอ่ยขึ้นมา    

                ค่ายอาสาสมัคร TU Inter Camp ครั้งที่สอง ตอน ตะลุยเมืองลับแล ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่1-9 กรกฎาคม 2549 ค่ายครั้งนี้เป็นการรวบรวมนักศึกษาจากสามคณะอินเตอร์ในธรรมศาสตร์ (BE, BBA, BAS) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์โคลนถล่มเมื่อเดือนพฤษภาคมที่อำเภอลับแล จังหวัดอุดตรดิตฐ์   ค่ายครั้งนี้เป็นโครงการสืบเนื่องจากค่าย Tsunami TU inter camp ที่พวกผมได้ริเริ่มไว้เมื่อปีที่แล้ว และได้ถูกสานต่อโดยรุ่นน้องที่คณะ

           

            พี่ชื่อแจ็คครับ ชายผมยาวคนนั้นตอบหลังจากที่เราได้พบกันในวันถัดมาของค่าย วันนี้เขาเปลี่ยนสถานะจากนักขุดดิน มาเป็นตัวช่วยในการขนไม้ออกจากบ้านหลังหนึ่ง

                พี่แจ็คมาจากไหนครับ

                พี่เพิ่งขึ้นมาจากสึนามิที่พังงาครับ ก่อนหน้านี้ก็ตระเวนอาสาไปทั่ว ไปมาหมดแล้ว พอรู้ข่าวที่นี้ก็รีบขึ้นมาทันทีเลย

                ผมกำลังจะเอ่ยปากเพื่อต่อชีวิตบทสนทนาต่อไป แต่ชายชื่อแจ็คก็ชิงตัดบทพูดไปก่อน การเป็นวาลันเทีย(สำเนียงไทย)นี่มันสำคัญมากนะ ตอนอยู่พังงาพี่เห็นฝรั่งลงไปช่วยเต็มเลย ประเทศเรายังไม่มีค่านิยมด้านนี้ มันได้ช่วยทั้งตัวเรา ทั้งชาวบ้าน พวกเค้าได้บ้าน พวกเราก็ได้รู้สึกอิ่มใจ มันหาจากการทำอย่างอื่นไม่ได้นะครับ ความรู้สึกนี้ แต่อย่าลืมนะ การเป็นวาลันเทีย(สำเนียงไทย)ต้องเปิดใจให้กว้าง หูไว ตาไว คิดก่อนพูด

                แล้วพี่แจ็คมากับ...

                คนเราน่ะคิดดีทำดีแล้วก็ดี แต่ที่สำคัญต้องพูดดีด้วย ถึงจะเพอร์เฟ็ค

                แล้วจะอยู่ถึง...

                ตอนนั้นพี่ได้คุยกับฝรั่งคนหนึ่ง บ้านเค้านี่เป็นกันเยอะมากเลยนะ วาลันเทีย(สำเนียงไทย)เนี่ยเค้าเป็นกันเยอะมากเลย ...... มันต้องปลูกฝังกันเยอะ .....นี่ชาวบ้านที่นี่เค้ารักพี่กันทุกคนแหละ พี่มาอยู่ตั้งนานแล้ว .......เออแล้วอย่าลืมนะ คิดดีทำดีต้องพูดดีด้วย ..... ตอนพี่อยู่พังงานะ.....

                แล้วตอนนี้พี่แจ็คมีแฟ.....(พยายามเปลี่ยนบรรยากาศ)

                พี่ต้องทำประเทศนี้ให้เป็นประเทศที่มีแต่วาลันเทียให้ได้ ก่อนหน้านั้นพี่ไม่ยอมมีแฟนเด็ดขาด...

                ..............................อืม

                       วันนี้อากาศดีนะครับ (ฝนตกลงกระแทกหัวหนึ่งหยดหลังจากพูด)

                อากาศดี อย่าลืมพูดดีด้วยนะ

                .......ครับ ต้องพูดดีครับ

 

                ในค่ายของพวกเรามีการจัดกลุ่มลูกค่ายออกเป็น 5กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็เวียนหน้าที่กันไป ในแต่ละวัน ก่อสร้างบ้านแทนอันที่ถูกโคลนซัดพังไป มีฝ่ายสวัสดิการที่คอยทำอาหาร เสิร์ฟน้ำท่าชาวบ้านและสมาชิกค่ายที่ทำงานอยู่ตามที่ต่างๆ มีกลุ่มไปสอนหนังสือน้องๆเด็กประถมในโรงเรียนประจำอำเภอ

                ในวันนี้กลุ่มผมรับหน้าที่เป็นฝ่ายขุดโคลน ที่พยายามปรับปรุงสภาพบ้านที่ไม่ได้พังทลายจากเหตุโคลนถล่ม แต่ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถอยู่อาศัยได้เพราะมีโคลนอยู่เต็มพื้นบ้านไปหมด เจ้าของบ้านที่จะไปช่วยในวันนี้เล่าให้ฟังว่าตนอยู่ในบ้านที่มีโคลนเปียกทับถมกันอยู่เช่นนี้มาเป็นเวลาเดือนกว่าแล้ว

               

                น้องๆ รู้ไหมครับว่าคำว่าวาลันเทียคืออะไร เสียงพี่แจ็คดังแว่วมาในขณะที่พวกเราเดินผ่านไซต์งานก่อสร้างที่กลุ่มก่อสร้างของค่ายเราในวันนี้ประจำอยู่

 

                  ...................ต่อข้างล่าง

               

จากเมืองลับแล cont...

               ขณะที่กำลังพยายามขุดโคลนหนาหนึ่งเมตรออกจากพื้นห้องน้ำ บทสนทนาระหว่างพวกผมและพวกพี่ๆจากมูลนิธิกระจกเงาก็เกิดขึ้น

                มูลนิธิกระจกเงาเป็นองกรการกุศลระดับนานาชาติที่ทำหน้าที่จัดหาอาสาสมัครไปประจำพื้นที่ที่ประสพภัยธรรมชาติหรือภัยสังคมต่างๆ อาสาสมัครที่ลงมาที่ตั้งแต่เด็กมัธยมถึงหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ ค่ายครั้งนี้ก็เป็นผลจากการร่วมมือกันระหว่างม.ธรรมศาสตร์และกระจกเงา

                พี่ทนกรุงเทพฯไม่ไหวว่ะ พี่จีซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเอ่ยขึ้นมาหลังจากผมเอ่ยถามเหตุผลในการตัดตัวเองออกจากสังคมเมืองที่คุ้นเคยมาขุดโคลนโดยไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว พี่จีเป็นชายร่างผอม ใส่แว่น หนวดเคราดกดำ อายุประมาณยี่สิบปลายๆ ภายหลังพวกเราพากันเรียกพี่เขาจนติดปากว่า ท่านผู้นำจี เนื่องจากความประทับใจที่พี่แกได้ใส่เสื้อยืดแขนกุดแอวลอย พร้อมกับปิดบังช่วงล่างด้วยboxerสั้นเต่อลายหัวใจมาในวันแรกที่พวกเราได้พบเจอ คำว่าท่านผู้ทำในที่นี้ ก็คือผู้นำแฟชั่นนั่นเอง โดยได้สืบทราบโดยละม่อมภายหลังว่า เสื้อผ้าที่ใส่นั้น เป็นเสื้อผ้าที่มีผู้คนบริจาคมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ไม่มีใครเอา

                พี่อยู่โน่นทำงานออฟฟิศ เจ้านายงี่เง่า ไม่ไหวว่ะ วันๆซ้ำไปซ้ำมา ไม่มีความสุข เร่งรีบตลอดเวลา ใจมันไม่สงบ นี่พี่ตั้งแต่มาประจำที่นี่ยังไม่ได้กลับบ้านเลย คนอื่นเค้ากลับกันไปหลายๆรอบ พี่ยังไม่ได้กลับเลย พี่มาอยู่นี่ กินข้าวมื้อละเจ็ดแปดบาท ตื่นมาขุดโคลน เย็นกินน้ำปลากัด (เหล้าเถื่อน) ดึกก็นั่งคุย แล้วก็นอน ตังค์ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราเอาสบายใจดีกว่า ไม่ต้องกลัวเสื้อเลอะต้องซื้อใหม่ด้วย พี่จิ้กเสื้อที่เค้าบริจาคมาใส่ทุกวัน (หัวเราะขนาดสามอึกปานกลาง) จะแขนกุดอะไรก็มาเหอะ ใส่แม่งหมด ไม่ต้องกลัวใครด่าเป็นตุ๊ด พวกที่มาช่วยนี่เดี๋ยวไม่กี่วันก็กลับแล้ว คนที่อยู่ยาวอย่างพี่มีแค่ไม่กี่คนเอง

                เฮ้ยเดี๋ยวคืนนี้กินเหล้ากันก็ได้นะ เหล้าที่นี่มันบริสุทธิ์สาดดดด น้ำปลากัด น้ำปลากัด เค้าเรียกกัน สองลิตรร้อยเดียวเอง แม่งโคตรแรงง่ะ แบบแรงบิดาเสียชีวิต จุดไฟติด ไม่เมาค้างด้วย พวกพี่กินทุกคืน อยู่นี่มันเหงานะ กลางคืนถ้าไม่คุยกันมันก็เงียบผีหลอกไปซะหมด นะ คืนนี้มาเมากัน  

                    อะไรไอคุณพี่ เค้ามาไม่กี่วันชวนเมาแล้วรือ เด็กหนุ่มหน้าตาคราวพ่อถึงลุงเอ่ยขึ้น ทราบภายหลังว่าชื่ออาร์ท อายุอานามของอาร์ทนั้นก็เพียงแค่ยี่สิบปีเท่านั้น แต่หน้าผากของเขานั้นก็กินไปเกือบครึ่งกะบาล แลดูแล้วชวนให้นึกถึงสมัยราชวงศ์แมนจูครองเมืองจีน หนวดเคราที่รุงรังของเขาช่วยเพิ่มอายุทางกายภาพของเขาไปมากกว่าอายุจริงอย่างน้อยก็สิบห้าปี จวบจนทุกวันนี้ผมก็ยังทำใจไม่ได้ที่ถูกไอลุงคนนี้เรียกว่าพี่ ความสำคัญของอาร์ทนั้น นอกจากจะเป็นคนที่หัวเถิกและหน้าแก่ที่สุดในบรรดาสมาชิกของกระจกเงาแล้ว (หรืออาจจะที่สุดในอำเภอลับแล) ก็คืออาชีพเก่าของอาร์ทก่อนที่จะมาเป็นนักผจญโคลนในปัจจุบัน อาร์ทเคยทำอาชีพนักดนตรีและนักแต่งเพลง เขาได้ออกอัลบั้มมาหนึ่งอัลบั้มในนาม Siamese Ghetto (ซึ่งถูกพี่จีล้อว่าขายได้แค่สามม้วนทั่วประเทศ) และยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักร้องชื่อดัง ฟิล์ม รัฐภูมิ ใช่แล้วครับ ผมแทบหัวเราะโดยละม่อมเป็นภาษาเปรูเมื่อได้สืบทราบว่าอาร์ทคือผู้แต่งเพลงยากูซ่าที่ฮิตติดชาร์ตเกาะทุกกระแสที่พอจะมีให้เกาะอยู่ในปัจจุบัน

                โห จะไปรวยอะไรล่ะพี่ (อย่าเรียกกูพี่ได้ไหม:ผู้เขียน) เพลงแม่งดังขนาดนั้น คนแต่งได้ 6,000 บาท ตดไม่ทันหายเหม็นก็หมดแล้วพี่ (............) ถ้าไม่แต่งให้ เค้าก็ไปเอาคนอื่นมาแต่งได้ เพลงพวกนี้มันทำเอาเอ็มวีมันอย่างเดียว แต่งมามั่วๆก็ได้แล้ว

                เวลาแต่งนี่ นั่งขี้ไปแต่งไปรึเปล่าครับถึงได้แต่งได้ลึกซึ้งขนาดนี้ ผมถามขึ้นเพราะความสงสัย

                โห พี่(มึงลองพูดอีกครั้งสิ... ตูด)  ผมทำไปก็ไม่ได้ภูมิใจอะไรหรอก แต่ยังไงคนเราก็ต้องกินต้องอยู่ จะให้เลือกทางเดินเองตลอดมันเป็นไปไม่ได้ ผมบอกได้เลยว่าผมไม่ชอบไอเพลงยากูซ่าอะไรนี่หรอก อยู่กรุงเทพฯอะไรๆก็แพง ปากท้องไม่อิ่ม ยังไงก็ต้องดิ้นไป อยู่นี่เด่ะ ชิวๆ ไม่ต้องคิดไรเลย ได้ทำความดีอีกตั้งหาก ผมเป็นชาวคริสต์นะพี่เห็นอย่างงี้ ใบเบิ้ลก็พกตลอด เพื่อนมนุษย์ก็ต้องรักกันเด่ะ ใช่ป่ะ ส่วนไอเรื่องเพลงน่ะ ดีๆผมก็มี ความจริงผมเองก็นักดนตรีนะ ออกเทปมาแล้วด้วย..

                ขายได้สามม้วนถ้วนพี่จีแทรกขึ้นมา

                เหี้ย..........ม จริงๆนะพี่จีพูดอย่างงี้

                จริงเด่ะ วงไร เพื่อเคยฟัง ผมเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งด้วยความอยากรู้

                Siamese Ghetto รู้จักป่ะพี่

                อ๋อที่เป็นบอยแบนสี่คน แต่งตัวนวลๆใช่ป่ะ ว่าน่าคุ้นๆ เพลงอะไรนะดังๆ เธอไม่กินฟัก... อะไรซักอย่างนะ?

                เวร นั่นมันบีมิกซ์

                อ๋อ ไม่รู้ เห็นหน้าเหมือน การกวนตีนคนอายุน้อยกว่าที่ดันหน้าแก่กว่า เป็นหนึ่งในนิสัยเสียที่ผมที่ไม่เคยคิดจะแก้ไข (ดันเรียกกูพี่ทำไมล่ะฟระ)

 

                ตลอดระยะเวลาเก้าวันของค่าย พวกเราทุกคนได้วนเวียนพบปะกลุ่มฅนอาสาเหล่านี้ พอถึงแค่วันที่หก ทุกคนก็ได้รู้ว่าวาลันเทีย(สำเนียงไทย)ต้องเป็นคนหูไวตาไวคิดก่อนพูด ได้รู้ว่าคนแต่งเพลงยากูซ่าจริงๆแล้วเป็นตาลุงรุ่นน้อง และได้รู้ว่าหากมีปัญหาเรื่องแฟชั่นจะต้องไปปรึกษาใคร

                ในขณะที่ทุกคนดูเหมือนจะสนิทกับพี่ๆ(และน้องอาร์ท)กระจกเงามากขึ้นเรื่อย คำสั่งสอนของพี่แจ็คกลับกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนหลีกเลี่ยง เหตุผลนั้นก็พอจะเข้าใจได้ ก็พี่แกพูดถึงเรื่องวาลันเทียก็แค่ทุกครั้งที่คุยกันเท่านั้นเอง

                แต่ในขณะที่ทุกคนพยายามหลีกเลี่ยงพี่แจ็ค พี่แจ็คก็พยายามเข้าหาพวกเราในหลายรูปแบบช่องทาง มีคืนหนึ่งที่พี่เขาพยายามจะมาเข้าร่วมประชุมค่ายกับพวกเรา ผมถึงกับต้องเป็นตัวแทนกลุ่มพยายามเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อป้องกันการรุกรานในครั้งนั้น มีอีกคืนที่พี่เขาทำบาบีคิวมาให้ แต่กลับไม่มีคนยอมกิน และมีคืนหนึ่งที่พี่แจ็คมานั่งร้องเพลง อยากให้ฉันอยู้ด้วยไหมของอัสนี-วศันต์อยู่ใกล้ที่ที่พวกเรากินข้าว แต่กลับไม่มีใครสนใจจะฟัง หรือบางคนที่พอจะสนใจก็ตอบกลับไปว่า ไม่ว่ะ

                พี่แจ็คก็พยายามเข้าหาพวกเราด้วยเหตุผลประการใดก็มิอาจทราบได้ อาจเป็นเพราะพี่เขาอยากให้พวกเราเรียนรู้ความสำคัญของคำว่าวาลันเทีย ให้หูไวตาไว

                หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่มีเพื่อนเพียงสักคนเดียวก็ได้

                ไม่มีใครฟังพี่แจ็ค ทั้งๆที่ทุกสิ่งที่เขาพูด ทุกสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องที่ ถูกต้อง ทั้งสิ้น พี่แจ็คบริจาคเลือด เซ็นใบมอบอวัยวะให้ทางการไว้เวลาตัวเองตาย และไม่ยอมมีแฟนจนกว่าจะทำให้เมืองไทยมีแต่วาลันเทียให้ได้

                เขาพูดในสิ่งที่ ยิ่งใหญ่ เขาทำในสิ่งที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ ทุกการกระทำของเขา เขาบอกว่าเป็นการกระทำเพื่อเหตุผลที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวตนของเขาทั้งสิ้น

                แต่ความโดดเดี่ยวคือสิ่งเดียวที่เข้าได้สร้างขึ้นมา

                ทำไม...

 

                คนอย่าง พี่จี อาร์ท พูดในสิ่งที่เรียบง่าย เขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ หรือความฝันอันสูงสุดประการใด พวกเขามาที่นี่เพื่อตัวเอง และพวกเขาก็ยอมรับมัน  พวกเขามาเพื่อลดความทุกข์ในใจ เพื่อหาความสงบ นั่นเป็นสิ่งที่น่าอายที่จะกระทำในฐานะมนุษย์ปุถุชนเช่นนั้นหรือ

                คนอย่างพี่จีหรืออาร์ท อาจไม่ได้พบพานความยิ่งใหญ่ หรือหลุดลอยขึ้นเหนือฝูงชนสีเทาผืนใหญ่ แต่อย่างหนึ่งที่พวกเขาจะไม่ต้องพบเจอคือความโดดเดี่ยว พวกเขาเสาะหามิตรภาพกับความสุนทรีย์และได้มันมา

                แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่คนอย่างพี่แจ็คที่จะพาโลกนี้ไปสู่สถานะที่สูงขึ้น

                บางทีคำว่า ความเป็นคน อาจจะต้องมาก่อนคำว่า อุดมการณ์

                ไม่มีใครเอาชนะสิ่งที่เป็นจริงโดยรวมได้ ไม่ว่าความเป็นจริงในใจพวกเขาจะเป็นเช่นไรก็ตาม

               

                ในคืนสุดท้ายก่อนที่จะกลับ พี่แจ็คกินเหล้าเมา กลุ่มพี่ๆกระจกเงาเองก็เมามายไม่แพ้กัน

                พวกเขากับพี่แจ็คมีปากเสียงกันเรื่องหลักการ ทะเลาะกันเสียงดัง พี่ๆกระจกเงาทนไม่ไหวในที่สุดก็หนีมานั่งกินกับพวกเราแทน

                พี่แจ็คยังโวยวาย ส่งเสียงดังต่อ ก็เรื่องจนพวกเราชาวค่ายต้องล้มเลิกงานเลี้ยงส่งพวกเราที่ชาวบ้านจัดให้กลางคัน แต่หลังจากนั้นพี่แจ็คก็ยังไม่เลิกส่งเสียง ยังหาเรื่องใส่ตัวต่อไปจนทำให้หลายคนอารมณ์เสีย

 

                และในคืนนั้น พี่แจ็คโดนชาวบ้านที่เค้าอาสามาช่วย รุมกระทืบเจ็บหนัก

 

                พี่แจ็ค พี่จี อาร์ท...

                ผมมองเหล่าฅนอาสากลุ่มนี้  พวกเขามาที่นี่เพื่ออะไร บางคนมาเพื่อหลบหนี บางคนมาเพื่อเติมเต็ม บางคนมาเพราะภาพลวงตา

                ผมมองเหล่าฅนอาสากลุ่มนี้  แล้วถามตัวเองว่า ผมมาที่นี่เพื่อสิ่งใด

                อุดมการณ์? ประเทศชาติ? ชาวบ้าน? อาจจะใช่

                อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งผมเรียนรู้

                หากสักวันผมค้นพบเหตุที่แท้จริงของการอยู่ตรงนี้ และถ้าหากว่ามันคือเพื่อตัวผมเองแล้วละก็...

 

                ผมต้องไม่อายที่จะบอกมันออกไปดังๆ