Singha 的个人资料Toilet for thoughts...照片日志留言簿 工具 帮助

日志


7月22日

นิทานเพลินใจ (ภาค 1)

 ลองไปตอบนี่กันดูนะครับ:   http://th.answers.yahoo.com/question/index;_ylt=AtIbZqFdNl8GTDUscKlywK5WTAx.;_ylv=3?qid=20080808014352AAYR92I

นิทานเรื่อง หน้ากาก

 

            แม้เรื่องราวที่กำลังจะเริ่มต้นนี้มีอาจกล่าวได้เต็มปากว่าเป็นนิทานแบบที่ทุกคนคุ้นเคยกันนัก

                นิทานเรื่องนี้จะไม่มีคติสอนใจ จะไม่มีผืนป่าที่เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ จะไม่มีความรักของเจ้าหญิงกับเจ้าชาย และจะไม่มีตัวละครที่ดูร่ารางเบิกบานตลอดเวลา

                แต่หากเราลองนึกถึงความหมายของคำว่านิทานในอีกแง่หนึ่ง

ในแง่หนึ่ง นิทานหมายถึงเรื่องราวสั้นๆ ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยองค์ประกอบที่เหนือจริง... แต่ขณะเดียวกันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ข้างๆตัวเราเสมอ

ข้างๆตัวเราทุกคน... มีเจ้าหมาสีดำตัวน้อยที่เผลือปล่อยเนื้อในปากตกน้ำ... มีเจ้ากระต่ายที่ประมาทจนต้องพ่ายแพ้ให้กับเต่า... และมีเงือกน้อยที่หลงใหลในโลกบนบก นั่งเหม่อมองแผ่นฟ้าเหนือผืนน้ำทุกวันคืน...

หมาดำ กระต่าย และเงือกน้อย เหล่านี้เป็นเงาสะท้อนที่อยู่ใกล้ตัวเราเสียเหลือเกิน... จนบางครั้งเราก็อดสงสัยไม่ได้ว่านั่นคือที่เราเป็นด้วยหรือไม่

...

หากในแง่หนึ่ง... นิทานคือเรื่องราวบัดซบโสมมธรรมดาๆของชีวิตมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ข้างหลังหน้ากากสีสดใสแล้ว

                เรื่องราวที่กำลังจะเริ่มต้นต่อไปนี้ เป็นนิทาน

                และด้วยเหตุนี้...

               

                ...กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว...

 

 

                                                                                                               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นิทานเรื่องนี้จะเริ่มต้นในห้องทำงานของนักวาดภาพประกอบผู้หนึ่ง...

นักวาดภาพประกอบผู้นี้ไม่ได้โด่งดังอะไร งานของเขาไม่ได้มีความวิเศษเกินกว่าใครไม่ว่าจะมองในแง่มุมไหน

...เราอาจจะบอกว่ามันเป็นเรื่องน่าเศร้าก็ได้ แต่ความจริงก็คือ สิ่งเดียวที่ทำให้นักเขียนภาพประกอบผู้นี้มีค่าพอแก่การพูดถึงนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆสิ่งที่เขาเป็นแต่มันกลับกลายเป็นวัตถุชิ้นหนึ่งที่เขา มี ต่างหาก

เพราะ ฉ นั้นนักวาดภาพประกอบผู้นี้จะไม่ได้เป็นตัวเอกของนิทานเรื่องนี้

อันที่จริง... เขาจะไม่ได้เป็นแม้กระทั่งตัวเอกของชีวิตตัวเองซะด้วยซ้ำ

 

เฉกเช่นเดียวกับนิทานอีกหลายๆเรื่องที่ถูกวางโครงเรื่องขึ้นมาเพื่อผลักไสเอาความน่ารังเกียจของความเป็นจริงไปให้ไกลตัวมนุษย์มากที่สุด ตัวเอกของนิทานเรื่องนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่มีทั้งตรรกะและสติสัมปชัญญะ ไม่มีแม้กระทั่งความสามารถในการสนทนาและบ่งบอกความรู้สึกของตัวเอง จะต่างกันก็เพียงแค่ในคราวนี้ ตัวเอกของเรื่องนี้จะไม่ได้เป็น แกะน้อย แม่ห่าน หมี สุนัขจิ้งจอก หรือว่า ลูกหมู เท่านั้นเอง

 

บนโต๊ะทำงานของนักวาดภาพกระกอบ ท่ามกลางอุปกรณ์เขียนรูปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพู่กันสีแดงที่ดูธรรมดา สีเทียนธรรมดาๆชุดหนึ่ง ถ่านหินธรรมดาๆก้อนหนึ่ง ดินสอไม้ธรรมดาๆที่หักครึ่ง

มีปากกาสีทองด้ามหนึ่งวางอยู่

สำหรับนักวาดภาพประกอบผู้ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปกับการสรรค์สร้างรูปภาพที่ใช้เพื่อประกอบเรื่องราวที่ผู้อื่นเป็นผู้เล่าแล้ว ปากกาด้ามนี้จะเป็นสิ่งแรกที่เขานึกถึงเสมอเวลามีใครเอ่ยถามถึงสิ่งที่สามารถบ่งบอกเอกลักษณ์พิเศษของเรื่องราวในชีวิตของเขา

...ปากกาด้ามนี้เป็นปากกาวิเศษ

ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่นักวาดภาพประกอบใช้ปากกาด้ามนี้ขีดเขียนลงบนกระดาษ ทุกสิ่งที่ถูกส่งผ่านน้ำหมึกของปากกาด้ามนี้ก็จะปรากฏขึ้นในความเป็นจริงทันที

หากเขาใช้มันเขียนภาพสุนัข เจ้าสุนัขตัวนั้นก็จะกระโดดออกมาจากผืนกระดาษทันทีที่เขาเขียนขนเส้นสุดท้ายของมันเสร็จ

หากเขาใช้มันเขียนเรื่องราว เมื่อจบบรรทัดสุดท้าย เรื่องราวเหล่านั้นก็จะเป็นจริงขึ้นมา

หากเขาใช้มันเขียนภาพสายฝน เมื่อมองไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าก็จะเริ่มครึ้มในทันที

เมื่อหลายปีก่อน นักวาดภาพประกอบจะได้เจอปากกาด้ามนี้โดยบังเอิญขณะที่เขากำลังเดินเล่นอยู่ในหมู่บ้าน เขาจะพบมันถูกทิ้งอยู่กลางทุ่งหญ้าที่รกร้างไร้ผู้คน

ณ เวลาที่เขาและมันได้พบกัน เขาจะอายุสิบหกปี เขาจะไม่รู้ว่ามันมาจากไหน ใครเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา แต่เขาจะไม่เคยนึกสงสัยเรื่องราวเหล่านั้น

แต่สิ่งที่แปลกประหลาดจริงๆในเรื่องราวทั้งหมดนี้กลับไม่ใช่พลังวิเศษของปากกาด้ามนี้ แต่กลับเป็นความจริงที่ว่าหลังจากที่เขาได้รับรู้ถึงพลังวิเศษของปากกาสีทองแล้ว เขาจะไม่เคยใช้มันเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัวเลย ไม่ว่าจะในทางใดก็ตาม เขาจะไม่เคยใช้มันเพื่อเขียนรูปทรัพย์สมบัติ หรือเพื่อสร้างเรื่องราวที่จะนำมาซึ่งจุดจบของบุคคลที่กระทำผิดต่อเขา

หากจะพูดกว้างๆ นักวาดภาพประกอบจะใช้ปากกาวิเศษก็เพียงเพื่อเหตุผลเดียวเท่านั้น เพื่อทดลองและสนุกไปกับการได้รู้จักกับสิ่งที่เขาเขียนขึ้นมา

ด้วยเหตุนี้ ห้องทำงานของนักวาดภาพประกอบก็จะเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์นานาชนิดเสมอ หรือนานๆครั้งผู้คนในหมู่บ้านก็จะฉงนไปกับการที่พระอาทิตย์ได้กลายเป็นลายเส้นรูปเกลียววกวนที่ล้อมรอบด้วยไปด้วยเส้นเฉกเหมือนกับในรูปวาดของเด็กๆ แต่ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปากกาด้ามนี้ก็น่าจะเป็นการที่มันจะได้แทนที่พายุหิมะกลางฤดูหนาวด้วยลูกกวาดนาๆชนิดที่ตกลงมาจากฟากฟ้าอย่างไม่ขาดสาย

สิ่งเหล่านี้คือความสุขเดียวของนักวาดภาพประกอบ เขายินดีที่จะปล่อยให้ปากกาวิเศษด้ามนี้เป็นเสมือนตัวเอกในชีวิตของเขา ในขณะที่เขาเป็นผู้ชมผู้ตื่นเต้น นั่งดูอย่างใจจดใจจ่อว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป มันก็เหมือนกับการที่เขาเลือกหนทางชีวิตแห่งการเป็นนักวาดภาพประกอบ เขาไม่เคยต้องการเรื่องราวของตัวเอง ไม่เคยอยากเป็นตัวเอก เขาเพียงแค่มีความสุขไปกับการได้ซึมซับจินตนาการของเหล่าผู้คนที่มีเรื่องราวให้เล่า สำหรับเขา ทุกครั้งที่เข้าใช้ปากกาด้ามนี้เขียนอะไรซักอย่าง   เขาก็จะรู้สึกราวกับว่าปากกาด้ามนี้กำลังเล่าเรื่องของตัวมันเองให้เขาฟัง

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงเราอาจจะกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างนักวาดภาพประกอบกับปากกาวิเศษนั้นมีความน่าสนใจอยู่บ้าง แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็ไม่ใช่ส่วนสำคัญของนิทานเรื่องนี้ และปากกาสีทองด้ามก็ยังไม่ใช่ตัวเอกของสิ่งที่กำลังจะถูกเล่าขานต่อไป

อันที่จริง มันจะเป็นวันที่ฝนตกหนักมากๆที่เรื่องราวของเราจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ

                                                                                                               

 

ในวันดังกล่าว นักวาดภาพประกอบจะไม่อยู่บ้าน และเขาจะไม่กลับเข้ามามีบทบาทในเรื่องราวของเราอีก แต่เมื่อทุกอย่างปิดฉากลง นักวาดภาพประกอบจะเป็นคนเดียวที่ได้เข้าใจและรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในห้องทำงานของเขา

 

...ในห้องที่เงียบงัน ปากกาสีทองด้ามหนึ่งหล่นอยู่กลางพื้น ข้างๆปากกาด้ามนั้น มีหยดหมึกหยดน้อยกลึ้งเกลือกอยู่บนพื้นไม้ที่แสนเก่าคร่ำครึ

หน้าต่างของห้องเปิดอยู่ สายฝนที่เกรี้ยวกราดถาโถมผ่านหน้าต่างเข้ามาไม่ขาดสาย ราวกับว่ามันมุ่งหวังจะทำลายทุกอย่างที่อยู่ในห้องทำงานของนักวาดภาพประกอบให้สิ้นซาก

ปากกาวิเศษสีทองนอนอยู่บนพื้นไม้อย่างสงบนิ่ง สายลมรุนแรงที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามาดันมันกลิ้งตกลงมาจากโต๊ะทำงานของนักเขียนภาพประกอบ แรงตกกระทบทำให้หัวของมันแตกร้าว ซึ่งเราอาจกล่าวได้ว่างตกกระทบทำให้หัวของมันแตกร้าว จากนี้ไปจะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นจากปาลายปากกาด้ามนี้อีกต่อไปแล้ว กอยู่บนพื้นไม้ ลงกเป็นตัวเอก เขาเพจากนี้ไปจะไม่มีชีวิตหรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นจากปากลายปากกาด้ามนี้อีกต่อไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าสลดใจอย่างที่เข้าใจกัน เพราะว่ามันเป็นในเวลานี้นี่เองมันก็ได้ให้กำเนิดชีวิตชีวิตหนึ่งที่เราอาจพูดได้ว่าเป็นชีวิตที่วิเศษที่สุดเท่าที่ปากกาวิเศษด้ามนี้เคยให้กำเนิด

 

เจ้าหยดหมึกน้อยค่อยๆลืมตาขึ้น

 

แต่ความจริงแล้วมันไม่มีตาหรอก มันเป็นเพียงแค่หยดหมึกที่กลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นไม้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันมองไม่เห็น เจ้าหยดหมึกน้อยมีความรู้สึกทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นหนึ่งชีวิต และในเวลานี้ เราอาจกล่าวได้ว่าเจ้าหยดหมึกน้อยมีชีวิตขึ้นมาแล้ว

โครม!

เจ้าหยดหมึกน้อยตกใจกับเสียงฟ้าผ่า หยดน้ำฝนกระเด็นผ่านหน้าต่างมาหล่นอยู่ห่างจากเจ้าหยดหมึกน้อยเพียงไม่กี่ระยะหยดน้ำ ไม่มีใครรู้ว่าถ้าหากเจ้าหยดหมึกถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหยดน้ำฝนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

แต่ถึงแม้มันไม่รู้ว่าทำไมมันต้องหนี แต่เจ้าหยดหมึกน้อยตกใจน่าดู มันรีบกลิ้งไปหลบอยู่เบื้องหลังปากกาไร้ชีวิตผู้เป็นแม่ของมัน

เจ้าหยดหมึกมองดูปากกาวิเศษ มันน่าประหลาดที่สิ่งที่สามารถให้กำเนิดชีวิตมากมายเช่นปากกาด้ามนี้กลับไม่มีชีวิตโดยตัวของมันเอง โดยเจ้าหยดหมึกน้อยรู้ดีว่าตัวมันถือกำเนิดมาจากปากกาด้ามนี้ และเข้าใจถึงความเป็นจริงที่ปากกาด้ามนี้จะไม่สามารถให้กำเนิดสรรพสิ่งได้อีกต่อไป มันคือเวลานี้เองที่เจ้าหยดหมึกได้เรียนรู้ถึงความเศร้าโศกและความสูญเสีย ซึ่งมันเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจหลังจากที่เจ้าหยดหมึกน้อยได้ถือกำเนิดมา ความรู้สึกของเจ้าหยดหมึกน้อยในเวลานี้ไม่ต่างอะไรไปกับเด็กน้อยผู้เพิ่งสูญเสียแม่ไป แม้ว่าแม่ของมันจะไม่เคยมีชีวิตอยู่แล้วก็ตาม

หยดน้ำฝนระดมกระหน่ำมาบนพื้นไม้อีกครั้ง ครานี้ดิ่งลงห่างจากเจ้าหยดหมึกไม่ถึงครึ่งนิ้ว มันตกใจมาก

ช่วยด้วย ช่วยด้วย นั่นเองคือคำแรกที่เจ้าหยดหมึกพูดในชีวิตน้อยๆของมัน

 

...เอี๊ยด….

หน้าต่างค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ เจ้าหยดหมึกน้อยมองไปเห็นแมงมุมสี่ตาหน้าตาใจดีตัวหนึ่งกำลังใช้ขา3ข้างของมันดันกระจกหน้าต่างอย่างทุลักทุเล จนหน้าต่างปิดสนิทในที่สุด

แมงมุมใจดีตรวจดูหน้าต่างอีกครั้ง จนเมื่อแน่ใจแล้วว่าปิดสนิทแล้ว ก็ค่อยๆโรยตัวลงมาที่พื้นอย่างช้าๆ และคืบคลานเข้ามาหาเจ้าหยดหมึกน้อย พร้อมมองมันด้วยสายตาที่อ่อนโยน

แมงมุมตัวนี้ไม่มีสี เหมือนกับสรรพสัตว์ทั้งหลายที่นักวาดภาพประกอบสร้างขึ้นมาจากน้ำหมึกของปากกาวิเศษ แมงมุมตัวนี้เป็นเพียงแค่ลายเส้นเดินได้ โดยทุกอณูของที่ที่ควรจะมีเนื้อหนังหรืออะไรก็ตามที่เราเอาไว้ใช้เรียกเปลือกนอกของตัวแมงมุมนั้น ถูกแทนที่ด้วยพื้นผิวสีขาวสากๆที่มองดูเหมือนกระดาษวาดเขียน

เจ้าหยดหมึกน้อยมองดูแมงมุม และค่อยๆถอยลึกลงไปมุดหลบอยู่ข้างหลังปากกาวิเศษสีทอง

แมงมุมยิ้ม และเอ่ยปากออกพูด  ไม่ต้องกลัวนะหนูน้อย เดี๋ยวเราจะดูแลเธอเองนะ

แมงมุมเดินเข้าไปหาเจ้าหยดหมึกอย่างช้าๆ อุ้มมันขึ้นมา และลูบไล้เจ้าหยดหมึกน้อยอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ขาเล็กๆของมันจะอนุญาต

เจ้าหยดหมึกน้อยร้องไห้เบาๆ และค่อยๆหลับใหลไปในที่สุด

                                                                                                                               

 

 

ในเช้าวันถัดไป เจ้าหยดหมึกน้อยจะตื่นขึ้นมาพบกับความประหลาดใจ ซึ่งนั่นก็จะเป็นความประหลาดใจครั้งแรกในชีวิตของมัน

เจ้าหยดหมึกน้อยจะตื่นขึ้นมา และพบว่าตัวเองกำลังถูกห้อมล้อมโดยชีวิตนานาชนิด และเหล่าชีวิตที่สร้างมาจากลายเส้นทั้งหลายก็จะจ้องมองเจ้าหยดหมึกน้อยด้วยสายตาฉงนสนเท่ห์ที่ราวกับว่าพวกมันไม่เคยเห็นสิ่งใดที่ประหลาดเท่ากับเจ้าหยดหมึกน้อยมาก่อน

บางทีเวลานี้อาจจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะกล่าวถึงคุณสมบัติของเหล่าชีวิตที่กำเนิดมาจากปากกาวิเศษ... ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดไหนก็ตาม สายเส้นหนาหรือบาง โค้งหรือตรง เส้นเฉียบคมหรือว่ายุ่งเหยิง ทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากปากกาวิเศษจะได้รับระยะเวลาในโลกแห่งความเป็นจริง 1 สัปดาห์เท่านั้น หากใช้ปากกาวิเศษเขียนเรื่องราว สิ่งที่เขียนจะต้องเกิดขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ผู้เขียนจรดปากกาลง หากเป็นชีวิต ...ชีวิตนั้นก็จะจบลงภายในหนึ่งสัปดาห์  

เพราะ ฉ นั้น เราอาจกล่าวได้ว่านักวาดภาพประกอบเป็นผู้ที่มีความขยันมากทีเดียว ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะได้กล่าวไปเบื้องต้นว่านิทานเรื่องนี้ไม่มีผืนป่าที่เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ หากแต่เพราะความขยันวาดของนักวาดภาพประกอบ ห้องทำงานของเขานั้นก็เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรไปกับผืนป่าลายเส้นที่มีสรรพสัตว์นานาชนิด ซึ่งทุกตัวล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ทั้งนั้น

แต่ป่าลายเส้นนี้จะต่างจากป่าจริงๆก็ตรงที่พวกสัตว์นั้นจะมีขนาดผิดแปลกไปจากในความเป็นจริงไปบ้าง ยกตัวอย่างเช่นเจ้าช้างอ้วนที่ตัวเล็กกว่าแม่ม้าขาวอยู่เล็กน้อย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะข้อจำกัดในขนาดของกระดาษวาดเขียนของนักวาดภาพประกอบนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เจ้าช้างอ้วนจะเป็นสัตว์ตัวแรกที่เอ่ยปากคุยกับเจ้าหยดหมึกน้อยในเช้าวันนั้น...

 

อืม... พ้มว่านี่มันก็ประหลาดนะเนี่ยมันพูดพร้อมจ้องมองเจ้าหยดหมึกน้อย

แหม่... ไม่เคยขึ้นมาก่อนเรยนิ คุณลุงหมีโพกผ้าขาวม้าพูดขึ้นในสำเนียงแบบชาวไทยภาคใต้

เจ้าหยดหมึกน้อย แม้ยังเยาว์ แต่ก็เข้าใจถึงสิ่งที่สัตว์ทั้งสองตัวกำลังพูดอยู่เป็นอย่างดี

ฟังนะทุกคน... แมงมุมใจดีพูดขึ้น ดูเหมือนว่ามันจะเป็นผู้นำของเหล่าสัตว์ลายเส้นทั้งหลายที่มารวมตัวกันอยู่กลางห้องทำงานของนักวาดภาพประกอบ

พวกเราทุกตัวล้วนมีชื่อ ฉันคือแมงมุม เธอคือหมี ตัวนั้นคือผึ้ง อีกตัวคือยักษ์สามตา หรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งชื่อพวกนี้ก็ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นมาจากสิ่งที่เราเป็นทั้งนั้น มันเป็นสิ่งที่คุณพ่อของพวกเรา ให้พวกเรามาพร้อมกับชีวิตน้อยๆนี้

เจ้าหยดหมึกน้อยฟังเจ้าแมงมุมพูด โดยมันรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปหลังจากนี้

 แต่นี่เป็นครั้งแรก ครั้งแรกจริงๆ ที่ปากกาวิเศษได้ให้กำเนิดชีวิตโดยที่ไม่ได้มากจากความตั้งใจของท่านพ่อ พ่อหนูหยดหมึกน้อยผู้น่าสงสารนี้ต้องเกิดมาโดยไม่ได้ เป็น สิ่งใดเลย

สัตว์ลายเส้นทุกตัวต่างพยักหน้าเห็นด้วย

แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้แย่ไปซะหมดนะ เรายังมีทางช่วยเหลือหนูหยดหมึกน้อยอยู่ ในเวลาที่เหลือ ก่อนที่คุณพ่อจะกลับมาในอีกหกวันหลังจากนี้ เราจะต้องช่วยหนูหยดหมึกเค้าตัดสินใจให้ได้ว่าเค้าอยากเป็นอะไร

ส่วนพวกเราทุกคน เมื่อตอนที่คุณพ่อกลับมา พวกเราก็คงจะจางหายไปหมดแล้ว ในตอนนั้นทั้งห้องนี้ก็คงจะเหลือแค่หนูหยดหมึกแค่คนเดียว เพราะ ฉ นั้น นับว่าเราโชคดีมากที่หนูหยดหมึกเค้าเกิดขึ้นมา เค้าทำให้ในเวลาที่พวกเรามีเหลืออยู่ พวกเราจะมีจุดมุ่งหมายกันแล้ว พวกเราต้องช่วยกันเพื่อให้หนูหยดหมึกเค้าหาสิ่งที่เค้าอยากเป็นให้เจอให้ได้ และเมื่อคุณพ่อกลับมา คุณพ่อก็จะช่วยเอาขนนกมาจุ่มหนูหยดหมึกแล้วเอาเค้าไปวาดในสิ่งที่เค้าอยากจะเป็น ทุกคนว่าความคิดนี้เป็นยังไงบ้าง

สัตว์ลายเส้นทุกตัวต่างพยักหน้าเห็นด้วย

แมงมุมใจดีมองเจ้าหยดหมึกน้อยด้วยสายตาอันอ่อนโยน

หนูรู้ไหมจ๊ะว่าหนูโชคดีมาก พวกเราทุกตัวในที่นี้ไม่เคยได้เลือกเลยว่าอยากเป็นอะไร หนูจะเป็นคนแรกนะจ๊ะที่จะมีโอกาสดีๆอย่างนี้ หนูเป็นชีวิตแรกที่จะมีโอกาสเปลี่ยนแปลง...

เจ้าหยดหมึกน้อยอยู่นิ่งไม่กลิ้งไปมา มันมองดูหัวอันแตกร้าวของปากกาวิเศษสีทองที่ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่กลางพื้นห้อง

...น่าแปลกนักที่ไม่มีสัตว์ตัวไหนเสียใจเลย

                                                                                                                               

 

หลังจากนั้น พวกสรรพสัตว์ในป่าแห่งลายเส้นทั้งหลายก็จะตกลงกันว่าเจ้าหยดหมึกน้อยควรจะใช้เวลาอยู่กับพวกมันทีละตัวทีละตัวเพื่อที่จะได้เรียนรู้ความมีชีวิตแต่ล่ะแบบ และจะได้ตัดสินใจว่ามันอยากเป็นอะไรในท้ายที่สุด โดยพวกสัตว์ลายเส้นได้ตัดสินใจว่าร่วมกันว่าจะเรียงลำดับที่จะใช้เวลาอยู่กับเจ้าหยดหมึกน้อยตามลำดับเวลาที่พวกมันจะจางหายไป

สัตว์ทุกตัวจะตื่นเต้นเป็นอย่างมาก กับ จุดประสงค์ ที่พวกมันได้รับมาประดับชีวิตสั้นๆของพวกมัน

 

...โดยพ่อแรดใหญ่จะเป็นตัวแรกที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเจ้าหยดหมึกน้อย

 

เอาล่ะ ไอหนู เดี๋ยวฉันแสดงให้ดูว่าเป็นแรดมันดียังไงบ้างนะเออ พ่อแรดใหญ่เป็นแรดที่มีนอสองนอ อันหนึ่งหักครึ่งขณะที่อีกอันยังสมบูรณ์ดี พ่อแรดใหญ่เป็นแรดที่เดินสองขาและใส่สูทลายทางสลับขาวและดำ แต่ฝีมือการวาดของนักวาดภาพประกอบก็ไม่ได้แม่นยำพอที่จะทำให้ลายเส้นบนสูทของมันนั้นเป็นเส้นตรงที่มีขนาดเท่ากันทุกเส้น

เป็นแรดน่ะ แข็งแรงนะเออ พ่อแรดใหญ่พูดไปพลาง เอานออันที่ยังไม่หักชนเสาไปพลาง นอของมันทำให้เสาไม้ในห้องทำงานของนักวาดภาพประกอบมีรอยขูดที่ดูลึกและเฉียบคม

แข็งแรงแล้วดียังไงเหรอครับ เจ้าหยดหมึกน้อยถามพ่อแรดใหญ่

อ้าว ก็จะได้ปกป้องคนอื่นได้ยังไงล่ะเออ…” พ่อแรดใหญ่ตอบ แต่เจ้าหยดหมึกน้อยไม่พูดอะไร

อ้า... และนอกจากนั้น เป็นแรดน่ะ ยังได้แต่งตัวเท่อีกด้วยนะเออ พ่อแรดใหญ่พูดต่อพร้อมกับชี้ไปที่เสื้อสูทลายทางของตัวเอง

แล้วถ้าผมเป็นสัตว์อย่างอื่นแล้วให้นักวาดภาพประกอบวาดสูทให้ไม่ได้เหรอครับ เจ้าหยดหมึกน้อยถาม พ่อแรดใหญ่ไม่สามารถบอกได้ว่าเจ้าหยดหมึกน้อยกำลังถามด้วยความรู้สึกเช่นไร ไม่รู้ว่ามันกำลังสงสัยหรือว่าท้าทาย ทั้งนี้ก็เพราะเจ้าหยดหมึกน้อยไม่มีทั้งหู ตา หรือจมูกเอาไว้บอกความรู้สึกเหมือนอย่างที่สัตว์ตัวอื่นๆเค้ามีกัน

เอ่อ... ได้สิ แต่ก็... คงไม่เท่เท่าฉันหรอกนะเออ... พ่อแรดใหญ่ตอบอย่างตะกุกตะกักราวกับไม่คิดว่าจะโดนถามเช่นนี้มาก่อน มันพูดต่อว่า เออ...นี่ ระวังหน่อยนะ ห้ามเรียกคุณพ่ออย่างนั้นสิเออ คุณพ่อเป็นผู้ให้กำเนิดพวกเราทุกตัวนะ เราต้องแสดงความเคารพหน่อยนะเออ

แต่ผมไม่ได้เกิดจากฝีมือเขานี่นา เจ้าหยดหมึกน้อยตอบ

พ่อแรดใหญ่ถอนหายใจ มองดูเจ้าหยดหมึกน้อยแล้วพูดว่า เฮ้อ... ไม่ต้องน้อยใจไปนะไอหนู เดี๋ยวพอคุณพ่อกลับมา คุณพ่อก็จะช่วยให้นายเป็นได้ทุกอย่างที่นายอยากเป็นเลยนะเออ... แต่เชื่อฉันเหอะ เป็นแรดน่ะดีสุดแล้ว...

 

แก็ง... แก็ง...

 

มันจะเป็นเวลาบ่ายสอง ณ ตอนที่นาฬิกาดังขึ้น พ่อแรดใหญ่จะมีสีหน้าเสียดายแต่ในขณะเดียวกันก็แลดูสงบ มันจะค่อยๆจางหายและละลายไปกับไอแดดในขณะที่มันโบกมือลาเจ้าหยดหมึกน้อย แต่เจ้าหยดหมึกน้อยจะไม่โบกมือกลับ ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่ามันไม่มีมือนั่นเอง

...จนกระทั่งร่างของพ่อแรดใหญ่จะหมดสิ้น ไม่เหลือแม้เงา

 

...สัตว์ที่จะมาใช้เวลาอยู่กับเจ้าหยดหมึกน้อยตัวที่สองก็คือเจ้าช้างอ้วนนั่นเอง

นิทานเพลินใจ (ภาค 2 ยาวมาก ใครอ่านจบจะจูบสักที)

พ้มบอกคุณเลยนะ เป็นช้างนี่มันดี มันสุดยอดไปเลยเจ้าช้างอ้วนผู้ใส่หมวกแก๊ปใบโตพยายามพูดจาโฆษณาความเป็นช้างกับเจ้าหยดหมึกน้อย

คุณเห็นงวงนี่ไหม นอกจากสวยแล้วนะคุณ เอาไว้ถือของไว้ฉวยจับอะไรนี่ง่ายไปหมดเลยนา เวลากินอะไรก็คว้าเข้าปากรวดเดียวเลย โอ้ย...สะดวก ไอกระพ้มเห็นคุณไม่มีแขนไม่มีขามาถืออะไรแล้วก็... โอย สงส้านสงสาร แต่อย่าไปเอามันเลย แขนเนี่ย งวงดีกว่าเยอะเชื่อผม เป็นช้างเหอะ เชื่อผม 

แล้วงวงนี่ดีกว่าแขนยังไงเหรอครับ คุณช้าง เจ้าหยดหมึกน้อยถาม เป็นอีกครั้งที่สัตว์ผู้ถูกถามไม่อาจล่วงรู้ถึงอารมณ์ของเจ้าหยดหมึกน้อยได้

โอย แขนมันจะไปดีอะไร้ สั้นก็สั้น แรงก็น้อย อย่างงวงผมเนี่ย ของอยู่ไหน สูง ต่ำ หยิบถึงหมดนา เชื่อผม

 ตัวผมเองไม่เคยมีแขนหรืองวงผมก็เลยไม่รู้ครับ เอ...แต่จะว่าไป คุณช้างก็เคยมีแต่งวงนี่นา แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าแขนมันไม่ดี

เจ้าช้างอ้วนเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ สายตาที่มันมองเจ้าหยดหมึกน้อยเริ่มเปลี่ยนไป

โอย... อะไรเนี่ย... อะไรเนี่ย คนอุตส่าห์หวังดี เอาของดีมาโชว์ให้ดู นึกว่าจะเห็นพระคุณ คุณกลับมาย้อนพ้มอีก... ไม่ไหว ไม่ไหว เด็กสมัยนี้ไม่มีสำนึกเอาเร้ย ให้ตายสิ

ผมก็แค่อยากรู้... เจ้าหยดหมึกน้อยพูดด้วยเสียงหงอยๆ แต่เจ้าช้างอ้วนไม่ได้ตอบอะไร มันหันหลังและเดินหนีไปด้วยท่าทางฉุนเฉียว

 

แก็ง... แก็ง...

 

และร่างของเจ้าช่างอ้วนก็ค่อยๆระเหยหายไปในอากาศ

 

และในลำดับต่อมาก็จะเป็นลุงหมีผู้โพกผ้าขาวม้า

ไอ้ย่า เป่นหมีมันหรอยนิ น้องเอ้ยสำเนียงแบบชาวใต้ของลุงหมีดังกึกก้องไปทั่วห้องทำงานของนักวาดภาพประกอบ สัตว์ลายเส้นทุกตัวต่างพากันหันมามองลุงหมีก่อนที่จะกลับไปทำอะไรก็ตามที่พวกมันทำอยู่ต่อ

 หรอยพรือ? (ดียังไง) เป่นมี่นี่นะ มันอบอุ่นสบายในตอนน่าว ห้าอาห้านก็เก้งหนิ นอกจ้ากหนั่น โบ๋หญิ้ง (พวกผู้หญิง) ยั่งชอบด้วยหลาว แลตะน้องบ่าว (ดูสิน้องชาย)พอพูดจบ ลุงหมีก็ส่งสายตาผสมอารมณ์หวานไปยังแม่วัวสาวที่กำลังนอนหงายโชว์เต้านมกลมกลึงอยู่ที่อีกฝั่งของห้อง เธอมองดูลุงหมีอย่างยั่วยวน

แต่ว่าตอนนี้เป็นหน้าฝนนี่นา และกว่าหน้าหนาวจะมาถึงผมก็คงจะระเหยหายไปแล้ว ส่วนสาวๆผมเองก็ไม่อยากเท่าไหร่ เพราะหากรักใครทั้งที่รู้ว่าไม่นานก็ต้องจากกันมันก็คงจะเป็นทุกข์มากกว่าสุขนะครับ ผมว่า เจ้าหยดหมึกน้อยตอบลุงหมี ท่าทีของมันยังคงไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม

น้องบ่าว อย่าขี้บ่นแรงนิ บางอย่างไม่ได้ช้ายก็มีไว้ก้อนตะ ใคร้จะรู่ วันไหนอาจถึ้งคราวจ้ำเป็น มีไว้ไม่เสี้ยห้าย... เป่นมี่ตะ น้องเอ้ย

 

แก็ง... แก็ง...

 

และร่างของคุณลุงหมีผู้โพกผ้าขาวม้าก็ค่อยๆจางหายไป

 

อีกหลายวันหลังจากนั้น เจ้าหยดหมึกจะได้พูดคุยกับสัตว์ที่เกิดมาจากลายเส้นของนักวาดภาพประกอบอีกนานาชนิด และเจ้าหยดหมึกน้อยก็จะได้พบว่าสัตว์ทุกตัวนั้นล้วนพยายามชักนำให้เจ้าหยดหมึกน้อยเป็นในสิ่งเดียวกับที่พวกมันเป็นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแม่ม้าขาวที่กล่าวถึงขนสวยๆของมันไม่หยุด ลิงดุที่โอ้อวดว่าสติปัญญาของมันนั้นช่างเฉียบแหลม มังกรสีดำที่เชื่อว่ามันเป็นสัตว์ที่มีสายเลือดที่สูงส่งอยู่เหนือสัตว์อื่นๆทั้งหลาย หรือว่าแมลงวันตาโตที่บอกว่ามันเป็นสัตว์ที่ว่องไวที่สุดในปฐพี และทุกครั้ง เจ้าหยดหมึกน้อยก็จะถามสัตว์เหล่านั้นกลับไปว่าพวกมันรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งต่างๆที่พวกมันเชื่อนั้นเป็นความจริง แต่กลับไม่มีสักตัวที่สามารถให้คำตอบที่จะทำให้เจ้าหยดหมึกน้อยเชื่อได้

และในที่สุด ห้องทำงานของนักวาดภาพประกอบก็จะค่อยๆเงียบงันลง สรรพสัตว์ทั้งหลายก็จะหายตัวไปทีละตัว ทีละตัว และมันจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ตัวเจ้าหยดหมึกน้อยเองจะหายไป ที่ทั้งห้องจะเหลือสัตว์อยู่แค่ตัวเดียว ซึ่งสัตว์ตัวนั้นก็คือแมงมุมใจดีนั่นเอง

และเมื่อแมงมุมใจดีกับเจ้าหยดหมึกน้อยได้พูดคุยกัน มันจะเป็นครั้งแรกที่เจ้าหยดหมึกน้อยได้เป็นผู้เริ่มต้นบทสนทนา

 

คุณแมงมุม... คุณแมงมุมเกิดขึ้นมาทีหลังสัตว์ตัวอื่นๆที่เหลือเหรอครับ

ใช่จ๊ะ... หนูน้อย แมงมุมใจดีพูดพร้อมส่งรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนให้กับเจ้าหยดหมึกน้อย

แล้วทำไม... ทำไมสัตว์ที่เหลือดูเหมือนว่าจะยกให้คุณแมงมุมเป็นหัวหน้าล่ะครับ

จริงอยู่ที่พวกมันคิดอย่างงั้นจ๊ะ แต่มันไม่เกี่ยวหรอกว่าฉันจะเกิดขึ้นมาตอนไหน ความจริงก็จริงอย่างที่เธอเห็นอยู่ ฉันเกิดขึ้นมาก่อนหน้าเธอเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง คุณพ่อเขียนฉันออกมาก่อนที่คุณพ่อจะออกไปจากบ้านไม่กี่นาที ส่วนการที่พวกมันยกให้ฉันเป็นผู้นำนั้นนั่นก็เพราะมันสิ่งคือที่ฉันเป็น... ก็เท่านั้นเองจ๊ะ

   อ๋อ... เพราะ ฉ นั้น ข้อดีของการเป็นแมงมุมก็คือความเป็นผู้นำใช่ไหมฮะ เจ้าหยดหมึกน้อยถาม เป็นอีกครั้งที่เราไม่สามารถรู้ได้ว่านี่คือการท้าทายหรือเป็นความสงสัย

ไม่ใช่หรอกจ๊ะ แมงมุมใจดีตอบ

เจ้าหยดหมึกน้อยรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน มันถามแมงมุมใจดีต่อ อ้าว... แล้วทำไมคุณแมงมุมถึงได้เป็นผู้นำสัตว์ตัวอื่นล่ะครับ

ใช่ ฉันได้เป็นผู้นำ... แต่ฉันไม่รู้ว่านั่นเป็นข้อดีรึเปล่า เพราะฉันเองก็ไม่เคยได้เป็นผู้ตามเหมือนกัน เลยไม่รู้ว่าอย่างไหนมันดีกว่ากัน แต่ดูจากเวลาที่ฉันมีเหลืออยู่ ฉันว่าฉันก็คงไม่ได้รู้แล้วล่ะแล้วล่ะนะ แมงมุมใจดียังคงยิ้มอยู่ มันพูดต่อไปว่า จะว่าไป นี่ฉันยังไม่รู้เลยว่าที่ฉันได้เป็นผู้นำนี่มันเป็นเพราะว่าฉันเป็นแมงมุมรึเปล่า ฉันไม่รู้จักแมงมุมตัวอื่น เพราะ ฉ นั้นฉันก็ไม่อาจรู้ได้ว่าแมงมุมตัวอื่นจะได้เป็นผู้นำเมื่อไปอยู่ท่ามกลางสัตว์ทั้งหลายเหมือนอย่างที่ฉันได้เป็นไหม

ต้องได้สิครับ ก็คุณแมงมุมยังได้เป็นเลยนี่นา เจ้าหยดหมึกน้อยพูดออกมา   

ไม่หรอก... หนูน้อย ...นี่คือชีวิตของฉัน แม้เพียงสั้นๆแต่มันก็คือสิ่งที่ฉันเป็น แต่ชีวิตก็นี้เป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น เพราะ ฉ นั้นฉันก็ไม่สามารถพูดแทนแมงมุมตัวอื่นได้หรอกนะว่าชีวิตของพวกมันจะเป็นอย่างไรหรือพวกมันจะได้เป็นใครและมีบทบาทอะไร ฉันอาจจะได้เป็นผู้นำเพราะฉันเป็นแมงมุม หรือจริงๆแล้วฉันแค่เป็นผู้นำที่เผอิญเป็นแมงมุมก็ได้ แต่ฉันไม่มีทางบอกเธอได้หรอกว่าจริงๆแล้วมันเป็นแบบไหน

.... ผมเข้าใจครับ คำตอบของเจ้าหยดหมึกน้อยทำให้แมงมุมใจดีรู้สึกประหลาดใจ

แหม... เข้าใจอะไรยากๆได้เร็วดีนะ โตเกินเด็กนะเรา... แมงมุมใจดีพูดพร้อมมองดูเจ้าหยดหมึกน้อยอย่างเอ็นดู

...เจ้าหยดหมึกน้อยไม่ตอบอะไร ประโยคเมื่อครู่ทำให้มันรู้สึกหงุดหงิด แต่มันก็ไม่โวยวายอะไร มันเลือกที่จะพยายามเข้าใจสิ่งที่แมงมุมใจดีพูดและโยนอารมณ์โกรธเคืองทิ้งไป เหมือนกับที่มันพยายามเข้าใจในความขี้อวดของสรรพสัตว์ทุกตัวที่มันได้พูดคุยด้วยก่อนหน้านี้

ส่วนแมงมุมใจดีผู้ไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติใดๆก็พูดต่อไปว่า แต่อย่าลืมนะ ว่าสิ่งที่ฉันเป็นเนี่ย ฉันไม่ได้เลือกที่จะเป็น มันคือสิ่งที่ฉันได้รับมา ฉันได้รับชีวิตนี้มาจากคุณพ่อ... แต่เธอ ...เธอเป็นชีวิตที่พิเศษนะหนูน้อย เธอเป็นชีวิตที่สร้างมาจากน้ำหมึกชีวิตแรกที่จะได้เลือกว่าเธออยากจะเป็นอะไร เธอเป็นชีวิตแรกที่ได้รับสิทธิในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ...มีไม่คนนะหนูน้อย ที่ได้รับโอกาสอันแสนวิเศษนี้  

เจ้าหยดหมึกนิ่งเงียบ... ราวกับว่ามันรู้อยู่แล้วว่าแมงมุมใจดีจะต้องพูดประโยคเมื่อครู่ออกมา รวมถึงประโยคที่เจ้าแมงมุมกำลังจะพูดต่อไปด้วย

เอาล่ะ... แล้วเธอเลือกได้รึยังจ๊ะว่าเธออยากจะเป็นอะไร

...

จะเป็นช้างไหม งวงยาวหยิบฉวยอะไรก็ง่ายนะ หรือจะเป็นลิงดีนะ ฉลาดมากๆเลยนะ...

....

หรือจะเป็นผึ้งดีนะ อัธยาศัยดี เข้ากับคนอื่นได้ง่าย เป็นนกกระเรียนก็ดีนะ ปากของมันสวยที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหมดแล้วล่ะ...

....แต่ ....

แต่ฉันว่านะ เธอน่าจะเหมาะที่จะเป็นสิงโตนะ พูดน้อยๆอย่างนี้น่ะ ความกล้าหาญของสิงโตก็น่าจะมีประโยชน์กับเธอนะ แต่... ฉันว่าเธออย่าเลือกเป็นแมงมุมเลยนะ ...ฉันกลัวเธอตั้งความหวังไว้ว่าเธอเป็นแมงมุมแล้วจะได้เป็นผู้นำแบบฉัน แต่นั่นมันอาจจะไม่เป็นจริงก็ได้นะ...

...แต่... คุณแมงมุมทำไมถึงพูดอย่างงั้นแต่กับตัวเองล่ะครับ

 หืม... พูดอะไรเหรอจ๊ะ

ก็คุณแมงมุมบอกว่าคุณแมงมุมไม่รู้ว่าถ้าผมเลือกเป็นแมงมุมแล้วผมจะได้เป็นผู้นำเหมือนอย่างคุณแมงมุมหรือเปล่า แต่คุณแมงมุมกลับบอกผมว่าผมจะมีงวงยาวถ้าผมเป็นช้าง ผมจะฉลาดถ้าผมเป็นลิง ผมจะกล้าหาญถ้าผมเป็นสิงโต ผมจะมีปากสวยๆถ้าผมเป็นนกกระเรียน แล้ว... แล้วคุณแมงมุมแน่ใจได้ยังไงเหรอครับ ว่าผมจะไม่กลายเป็นสิงโตขี้ขลาด ผึ้งนิสัยไม่ดี หรือว่านกกระเรียนปากหัก ...คุณแมงมุมรู้ได้ยังไงเหรอครับ

เมื่อพูดจบ เจ้าหยดหมึกน้อยก็มองเห็นสายตาที่กำลังพุ่งมาจากตาทั้งสี่ดวงของแมงมุมใจดี แม้สัตว์ลายเส้นนั้นไม่ควรจะมีสีสันใดๆ แต่ตอนนี้ตาของมันกลับแดงก่ำดั่งเลือด นี่เป็นครั้งแรกที่แมงมุมใจดีส่งความรู้สึกมุ่งร้ายมาที่เจ้าหยดหมึกน้อย สีแดงในตาของมันรุ่มร้อนราวกับกำลังจะเผาเจ้าหยดหมึกน้อยให้แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี แต่ก่อนที่เจ้าหยดหมึกน้อยจะพยายามกลิ้งเกลือกหนีไป ตาของแมงมุมใจดีก็กลับมาเป็นสีขาว พร้อมส่งประกายอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความหวังดีอีกครั้ง

แหม... เด็กโง่... ก็สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พวกมันมีมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้วยังไงล่ะจ๊ะ เพราะ ฉ นั้น ถ้าเธอเลือกที่จะเป็นแบบพวกมัน เธอก็จะมีแบบเดียวกันแน่นอน น้ำเสียงของแมงมุมใจดีกลับมาใจดีอีกครั้งหนึ่ง แต่ความรู้สึกของเจ้าหยดหมึกน้อยนั้นไม่ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

ผมไม่เชื่อหรอกฮะ... ผมไม่เชื่อว่าโลกนี้จะไม่มีสิงโตที่ขี้ขลาด แรดที่แต่งตัวไม่ดี แม่ม้าที่ขนไม่สวย หรือว่าหมีที่ไม่ได้เป็นชาวใต้ ...ผมไม่สามารถเชื่ออย่างงั้นได้ครับ

แมงมุมใจดีนิ่งไปสักพัก ตาของมันเริ่มมีสีขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นสีเหลืองอ่อนๆ มันถอนหายใจยาวๆหนึ่งครั้งก่อนที่จะพูดต่อไป

 เอาเถอะ... เธอไม่เชื่อฉันก็ไม่เป็นไร ...หนูน้อย แต่ยังไงซะ เธอก็ต้องเลือกอยู่ดีนะ อีกไม่กี่ชั่วโมงคุณพ่อก็จะกลับมาแล้ว เธอรู้ไหมว่าคุณพ่อจะเสียใจขนาดไหนถ้าคุณพ่อกลับมาแล้วรู้ว่าคุณพ่อจะไม่มีโอกาสสร้างสรรค์ชีวิตที่น่าอัศจรรย์ขึ้นมาอีกเป็นครั้งสุดท้าย

แต่... นักวาดภาพประกอบไม่ใช่พ่อผมนิครับ สิ่งที่ให้ชีวิตผมไม่ได้มีชีวิตซะด้วยซ้ำ เจ้าหยดหมึกน้อยพูดพลางชายสายตาที่ไม่มีใครเห็นของมันไปยังปากกาวิเศษสีทองที่ยังคงนอนแตกสลายอยู่อย่างสงบนิ่งบนพื้นไม้เก่าๆของห้องทำงานของนักวาดภาพประกอบ

ไม่ใช่! แต่อีกไม่นานคุณพ่อก็จะเป็นคุณพ่อของเธอด้วย!”แมงมุมใจดีตะโกน น้ำเสียงของแมงมุมใจดีเริ่มมีความเกรี้ยวกราดปะปนอยู่

ผม.... ทำไม.... ทำไมผมต้องเลือกด้วยล่ะครับ อีกไม่กี่ชั่วโมงผมก็จะหายไปอยู่แล้ว ผมแค่เกิดมาเป็นหยดหมึกและก็ตายไปในฐานะหยดหมึกไม่ได้เหรอครับ เจ้าหยดหมึกน้อยกรีดร้อง

นี่! เจ้าเด็กเห็นแก่ตัว เธอไม่คิดถึงเพื่อนๆของฉันทุกตัวที่หายไปแล้วบ้างเหรอ รู้บ้างไหมว่าพวกเขามีความตั้งใจมากขนาดไหนที่จะช่วยให้เธอค้นพบตัวตนของเธอ แม้ชีวิตของพวกเขาจะสั้นนิดเดียว แต่พวกเขาก็ยินดีสละเวลาที่มีค่ามาช่วยเด็กเนรคุณอย่างเธอ เธอเคยคิดถึงคนอื่นนอกจากตัวเองบ้างไหม !” ณ ตอนนี้ตาของแมงมุมใจดีได้กลายเป็นสีส้มเข้มไปแล้ว

                แต่นั่นมันก็เพื่อ...  นั่นก็เพื่อตัวพวกเขาเองนี่ฮะ... พวกเขาทุกตัวก็อยากมีจุดประสงค์ในชีวิต อยากมีคนสืบทอดสิ่งที่พวกเขาเป็นกันทั้งนั้นนี่ฮะ เจ้าหยดหมึกน้อยพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับว่ามันกำลังจะร้องไห้

                หุบปากนะ! แล้วฉันล่ะ ถ้าฉันไม่ช่วยเธอไว้จากหยดฝนในวันนั้น ไม่อุ้มเธอไว้ ป่านนี้เธอก็คงละลายหายหายไปแล้ว

                ... ผม... ผมรู้ฮะ ...เพราะงั้นก็ผมเลย...

                เธอบอกว่าคุณพ่อไม่ใช่พ่อของเธอ นั่นอาจจะจริงก็ได้ แต่ฉันนี่สิ ฉันเป็นผู้ให้ชีวิตเธอ เพราะ ฉ นั้น เธอต้องฟังฉัน

                ผมเลย...

                ฉันนี่แหละ คือแม่ของเธอ! เธอต้องฟังฉัน!” ตอนนี้ดวงตาของแมงมุมใจดีกลายเป็นสีแดงเข้มไปเรียบร้อยแล้ว

                ผมรู้ฮะ... เพราะอย่างนั้นผมเลยรักคุณแมงมุมไงครับ

                ....

                แมงมุมใจดีนิ่งเงียบไปสักครู่ ตาทั้งสี่ของมันเริ่มกลับมาเป็นสีขาวอีกครั้ง เขี้ยวยาวๆที่โผล่ออกมาจากปากของมันก็ค่อยๆหลบกลับเข้าไปซ่อนอยู่ในรอยยิ้มอันอ่อนโยนของมันเหมือนเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว และแมงมุมใจดีก็กลับมาหน้าใจดีเหมือนเดิม

                เอาล่ะ... ฉันได้ยินอย่างงั้นฉันก็ไม่โกรธแล้วล่ะ ...เมื่อกี้ถ้าฉันทำเธอตกใจฉันก็ขอโทษนะ... หนูน้อย แมงมุมใจดีพูด

                ทีนี้... เธอบอกฉันได้รึยังจ๊ะ ว่าเธอเลือกที่จะเป็นอะไรเหรอจ๊ะ

 

และนั่นจะเป็นประโยคสุดท้ายที่แมงมุมใจดีจะพูดด้วยน้ำเสียงใจดี

 

 

...

ผม...

ผมเป็น...

ผมเป็นหยดหมึกครับ

...

 

 

 

            แมงมุมใจดีกระโดดไปหาม้วนกระดาษชำระที่วางอยู่ห่างจากตัวมันไม่กี่ก้าวย่าง มันเริ่มออกแรงผลัก หวังให้ม้วนกระดาษกลิ้งไปทับเจ้าหยดหมึกน้อยผู้หมดหนทางหลบหนี

                ถ้าอย่างงั้น... แกก็ซึมหายไปจากโลกนี้ซะเถอะ ไอเด็กเนรคุณ!” ตาของแมงมุมใจดีกลายเป็นสีแดงอีกครั้ง

                เจ้าหยดหมึกน้อยไม่ขยับไปไหน มันโล่งใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิด

 

 

แก็ง... แก็ง...

 

และร่างของแมงมุมใจดีก็ค่อยๆจางหายไป

เหลือแต่ม้วนกระดาษที่แน่นิ่ง ไม่ไหวติง

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มันจะเป็นตอนที่เขาเปิดประตูห้องทำงานของเขาเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งสัปดาห์ ที่นักวาดภาพประกอบจะเดินเข้ามาในห้อง

และได้พบว่าปากกาวิเศษสีทองที่เปรียบเสมือนสิ่งพิเศษสิ่งเดียวในชีวิตของเขานั้นได้ตกลงมาแตกสลายอยู่กลางพื้น

และความวิเศษของมันนั้นก็ได้จบสิ้นลงแล้ว

 

ก่อนที่เขาจะได้รู้สึกเสียใจกับการจากไปของตัวเอกในชีวิตของเขา

เขาจะเริ่มรู้สึกถึงความเงียบงันของห้องทำงานของตัวเอง

เขาจะรู้สึกไม่คุ้นเคย

แต่เขาก็จะเข้าใจ

 

เขาจะเริ่มรู้สึกถึงความรู้สึกเปลี่ยวเหงาสุดขั้วหัวใจที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน

ซึ่งจากนี้ไปอีกหลายปี

มันจะเป็นสิ่งเดียวที่เขารู้สึก

ความรู้สึกนี้จะกลายเป็นสิ่งที่เขาเกลียดชังยิ่งกว่าสิ่งไหน

แต่เขาก็จะเข้าใจมัน

 

และนอกจากนั้น

เขาจะได้มองเห็นหยดหมึกสีดำหยดหนึ่ง

หยดหมึกหยดนั้นจะอยู่บนริมขอบถ้วยใบหนึ่ง

ถ้วยใบนั้นก็จะมีน้ำใส่อยู่เต็มใบ

ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง เขาจะได้ยินเสียงเจ้าหยดหมึกน้อยเอ่ยบางสิ่ง

 

 

ผมเป็นหยดหมึก

 

และเขาจะได้เห็นมันกลิ้งตกลงไปในถ้วยใบนั้นด้วยกำลังของตัวมันเอง

และร่างของเจ้าหยดหมึกน้อย ก็จะค่อยๆจางหายไป

ในขณะที่น้ำในถ้วยใบนั้น ค่อยๆขุ่นมัว

 

สำหรับนักวาดภาพประกอบ

หัวใจของเขาจะแตกสลาย

 

....

แต่เขาก็จะเข้าใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และนิทานเรื่องนี้ ก็จะสอนให้รู้ว่า .....