| Singha 的个人资料Toilet for thoughts...照片日志留言簿 | 帮助 |
|
3月9日 ว่าด้วยเรื่องการเมืองใบไม้แดง 5
ถัดจากสีน้ำเงิน แดง ขาว
ผมเขียนบทความชิ้นนี้ในคืนวันที่ 6 มีนาคม 5249 วันที่ 2 ของการชุมนุมขับไล่นายกรัฐมนตรี โดยที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ณ เวลานี้เสียงปราศรัยที่เต็มเปี่ยมด้วยความแค้นของประชาชนยังคงดังกึกก้อง เสียงของความกล้าหาญ เสียงของความเกลียดชัง เสียงเพลงแห่งจิตวิญญาณ ดังขับขานกึกก้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า จุดหมายมีเพียงหนึ่ง เพื่อลากคนคนหนึ่งคนลงสู่ดิน...
เริ่มต้นจากพื้นฐาน... ผมชอบทักษิณไหม? ก็สามารถตอบได้ทันทีว่า ผมไม่ชอบบุคคลที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร ไม่ชอบเลย ทั้งในแง่พื้นฐานความคิด การแสดงออก วิธีมองโลก รวมไปถึงความเชื่อ ความศรัทราในพลังของสิ่งสุมมุติเช่นเงินตราในองศาที่วิปริต ผมไม่เคยมอบความไววางใจให้ทักษิณชินวัตร ไม่วาจะเป็น ณ วินาทีนี้ หรือจะเป็นวินาทีที่ดำเนินอยู่เมื่อ 5 ปีก่อน ธรรมชาติมนุษย์ มีแล้วย่อมอยากมีอีก ใหญ่แล้วต้องใหญ่ที่สุด ไม่มีข้อยกเว้น... ผมไม่ชอบทักษิณ นั่นคือความคิดที่เป็นใหญ่อยู่ในโลกของผม แต่ไม่ใช่โลกของทุกคน
อิงจากสิ่งที่ผมพบ... สิ่งที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็คือการลาออกของนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีข้อแม้ เนื่องด้วยความไม่ชอบธรรมในหลายๆด้านที่ผมไม่จำเป็นต้องเอ่ยอะไรอีกในบทความชิ้นนี้ ทำไมประชาชนเรือนแสนถึงมารวมตัวกันเพื่อการนี้ เพราะทักษิณโกงภาษี เพราะพูดจากวนโอ้ย หมิ่นเบื้องสูง เพราะทักษิณกำลังแปรรูปรัฐชาติให้เป็นสินค้าที่สามารถซื้อขายความเป็นเจ้าของได้ หรือเพราะว่าเห็นคนเขาไม่ชอบกัน มันต้องมีอะไรเลวแน่นอน พวกเขาแต่ละคนก็ต่างมีเหตุผลที่หลากหลายในการเดินทางครั้งนี้ หากแต่มีจุดมุ่งหมายรวมเป็นหนึ่งเดียว การชุมนุมนั้น โดยเริ่มแรกแล้ว ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ดียิ่งสำหรับการรื้อฟื้นสถานะของการเมืองภาคประชาชนในเมืองไทยอันเป็นพลังที่แข็งแกร่ง ที่สามารถล้มล้างเผด็จการกินบ้านกินเมืองมาได้หลายครั้งหลายครา ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน การก่อเกิดของการชุมนุมเปรียบเสมือนการป่าวร้องตะโกนใส่หน้าคุณทักษิณ “พวกกูไม่พอใจนะโว้ย!!!” หากแต่มีความจริงข้อหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ สิ่งที่ทำให้พวกเขามารวมกัน ก็คือความเกลียดชัง “ไอพวกขายชาติ!” “มันเลวมั๊ยครับ! พ่อแม่พี่น้อง” “มึง กู แม่ง ห่า” คำเหล่านี้ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณรอบพระราชวังทุกครั้งทีมีการชุมนุม ตลบคละคลุ้งไปพร้อมกับละอองแห่งความเกลียดชัง
เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ผมซึ่งเป็นลูกแม่โดมรุ่นปัจจุบันคนหนึ่ง มีกิจวัตรวนซ้ำคือการสัญจรไปมารอบสนามหลวงทุกเย็นย่ำเพื่อเดินทางกับเคหสถาน เลยได้มีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศการปราศรัย “เปิดใจ” ของท่านนายกรัฐมนตรี (รักษาการ) ทักษิณ ชินวัตร ที่มีกองทัพ (รับจ้างรึเปล่า?) ประกอบด้วยวินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก และชาวบ้านเรือนหลายแสนมาเข้าร่วมจนล้นเอ่อออกเลยบริเวณท้องสนามหลวงออกไป เสียงดุดันหลากหลายเสียงเดินทางผ่านอากาศเข้ามาปะทะใบหูของผม
“มันบอกว่าสามสิบบาทรักษาแล้วตาย ตายอะไรครับ ผมหนึ่งยังยืนอยู่ตรงนี้เลย พ่อแม่พวกมันสิครับตาย” “โอยพ่อแม่พี่น้องครับ พวกมันคิดว่ามันรู้ดี กฎหมู่จะมาอยู่เหนือกฎหมายได้อย่างไร ใครๆเขาขายหุ้นกันมาก็ไม่ต้องเสียภาษีทั้งนั้น จะมาว่านายกฯคนเดียวได้ยังไง กฎหมายเค้าบังคับใช้ทั้งประเทศ เชื่อผมเถอะครับนายกฯทักษิณดีจริงๆ” “ทักษิณ สู้สู้ ทักษิณ สู้สู้” ละอองความเกลียดชังจากอีกพลังได้เพิ่มความเข้มข้นให้ความขัดแย้งในองศาที่สำคัญ
ฝ่ายไหนถูก ฝ่ายไหนผิด นั่นคือประเด็นสำคัญ หรือไม่
จากมุมมองของผม นายกฯทักษิณไม่มีทางลาออกจากการกดดันภาคประชาชนอย่างแน่นอน ด้วยคำถามง่ายๆว่า “แล้วทำไมต้องออก” การชุมนุมไม่มีช่องทางทางกฎหมายให้บรรลุจุดประสงค์ซักนิดเดียว จะมีผลก็แค่ต่อสามัญสำนึกของตัวผู้นำ ที่ผมรู้สึกว่าคุณทักษิณก็ไม่มีอยู่แล้ว แล้วยิ่งมีคนเชียร์อยู่ในสัดส่วนที่สำคัญ ความทระนงจึงยิ่งบวมใหญ่มากขึ้นไป ในทางกลับกันการโจมตีผ่านรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ว่าจะเป็นการล่ารายชื่อ50,000 ชื่อของนักศึกษาธรรมศาสตร์เพื่อดำเนินการตรวจสอบเพื่อถอดถอนโดยศาลปกครองก็ดี หรือว่าการเสนอเรื่องนายกฯพระราชทานก็ดี กลับไม่ได้รับการสนับสนุนและความสนใจที่เพียงพอจากมหาชน ซ้ำยังเจอทางตันจากระบบที่ไม่เป็นกลาง จึงเป็นประเด็นที่หวังผลได้ยากในความเห็นของผม อย่างไรก็ตาม อย่างไรก็ดี คำถามหลักในความคิดของผมไม่ใช่ว่านายกฯจะลาออกหรือไม่ หากแต่คือผลลัพธ์ถ้าหากนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรลาออกขึ้นมาจริงๆ มั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทยแล้วหรือ ความขัดแย้งระหว่างพลังสองขั้ว จริงอยู่ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นจากตัวคนๆเดียว หากแต่ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นมากขึ้นด้วยเหตุผลที่แตกต่าง ไม่มีฝ่ายใด ลองมองผ่านสายตาของอีกฝ่ายแม้เพียงชายตา ทำไมคนจน ชาวบ้านในภาคอีสานถึงได้เทใจเทคะแนนให้กับนายกฯทักษิณ พวกเขาถูกหลอก พวกเขาถูกเงินฟาดหัว พวกเขาเป็นเครื่องมือให้นักการเมืองอย่างงั้นหรือ หากพวก“เรา”ที่มีจะกล่าวอ้างเหตุผลเพื่อต่อต้าน กล่าวอ้างว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันผิดศีลธรรม ผิดจรรยาบรรณ เป็นเรื่องไร้จริยธรรม ส่งเสริมลัทธิบริโภคนิยม ไม่สอนให้คนทำอะไรเป็น ใช่ไม่ใช่ว่านั่นก็เพราะพวกเรามีข้าวอิ่มท้องพอแล้วที่จะมาสนใจเรื่องความดีความ ความงามของบ้านเมืองกัน สำหรับคนจนที่ไร้เครื่องเคราอาหารแม้พอที่จะลูบท้องไปวันๆ ทางเลือกระหว่างได้โทรศัพท์มือถือฟาดหัว ได้มอเตอร์ไซค์ฟรีๆมาขับด้วยหนี้ที่ใช้คืนก็ได้ไม่ก็ได้ กับการได้ผู้นำที่มีจริยธรรม ให้แนวคิดที่ดีงาม นำประเทศด้วยจิตใจใช่วัตถุ แต่จะไม่มีมือถือใช้ ไม่มีมอเตอร์ไซค์ขับ การเลือกซักหนึ่งทางคงจะไม่ใช่ปัญหาโลกแดกที่ต้องขบคิดไม่มีจบ เหตุเพราะความต้องการด้านวัตถุของพวกเขายังไม่ถูกเติมเต็ม ระดับความต้องการของพวกเขาจึงไม่สามารถข้ามมายังระดับที่ต้องการลาออกของคุณทักษิณได้ ฉันใดฉันนั้น “พวกเขา”เองก็ไม่สามารถมองผ่านตาของ “พวกเรา”ได้
ผมเชื่อในพลังของประชาชน หากแต่ต้องเป็นประชาชนไทยที่มีใจรวมเป็นหนึ่งเท่านั้น ความเกลียดชัง คือสิ่งเดียวที่เกิดขึ้นจากการที่ประชาชนไทยถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งสองฝ่ายอย่างชัดเจน ถึงเวลาหรือยังที่จะหันหน้าเข้าหากัน อย่าลืมว่าสิ่งที่สามารถทำให้พวกเราคนไทยรวมใจกันได้จริงๆนั้นไ ม่ใช่ความเกลียดชังในตัวบุคคล หากแต่เป็นความรักในผืนแผ่นดินเดียวกัน
ผมชอบทักษิณไหม? ผมไม่ชอบ ใช่และไม่ ดีและเลว ถูกกับผิด สำหรับคนคนหนึ่ง เรื่องพวกนี้ดูเหมือนว่าจะสามารถถูกตีความได้อย่างง่ายดายเสียเหลือเกิน ในโลกที่เราสามารถแต่งแต้มสีสันได้เอง สีขาวและดำก็ดูเหมือนจะเป็นสีที่ง่ายต่อการระบายมากที่สุด ใช่พู่กันแค่หนึ่งด้าม สีสองหลอด แต่ถ้าหากเรารวมพู่กันของคนหลายๆคนเข้าด้วยกัน สีสันหลากหลายที่แต่ละวิญญาณเลือกสรร แต่งแต้มลงบนผืนกระดาษแผ่นเดียวกัน สีที่บังเกิด คงหลีกหนีไม่พ้นสีเทาเป็นแน่ ภายใต้ผืนธงชาติไทย เบื้องล่างสีแดงขาวน้ำเงิน มันคือสีเทา ผมมั่นใจ ถึงเวลาเปลี่ยนสีในใจเราแล้วครับ
|
|
|