| Singha 的个人资料Toilet for thoughts...照片日志留言簿 | 帮助 |
|
2月25日 เข้าใจว่าเบื่อการเมืองกัน แต่ข่วยกันนิดนะครับ จะเลือกตั้งกันอยู่แล้วเนื่อสวัสดีทุกคน เข้าใจว่าสถานการณ์การเมืองตอนนี้มันช่างย่ำแย่ยวนใจเสียเหลือเกิน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เบื่อการเมืองมาก (เห็นหน้านายกฯก็ปวดอึแล้ว)แต่... มันก็ยังไม่สิ้นหวังไปซะทีเดียว ยังเหลือสว.อยู่นะครับ อาจดูไม่สำคัญนัก แต่มันก็คือการเอาคนเข้าไปตรวจสอบไอพวกที่เราเบื่อๆกันอยู่นี่แหละ สำคัญมากที่จะต้องออกไปเลือกตั้งกันครั้งนี้
เพื่อเป็นการให้กำลังใจทุกคนที่กำลังอยากจะลาออกจากการเป็นประชาชนไทยกันอยู่แล้วเนี่ย ผมกับเพื่อนก็ช่วยกันทำ campaign online ที่ชื่อว่า "เบื่อการเมือง... แต่" ขึ้นมา โดยเข้าไปดูวิดีโอที่พวกเราทำขึ้นมาได้ที่นี่ครับ http://www.youtube.com/watch?v=ywEjbAfDtDw หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะครับ ถ้าชอบก็ช่วยส่งต่อไปให้ทุกคนให้มากที่สุดนะครับ โดยวิดีโอนี้เป็นส่วนหนึ่งของ campaign online ที่พวกเราทำขึ้นมาเพื่อช่วยคุณรสนา ผู้สมัครเบอร์ 5 ในการเลือกตั้งสว.ครั้งนี้ ขอให้ทุกคนเข้าไปดูได้ที่ www.fanrosana.com/ โดยทำขึ้นมาในฐานะ fan club ล้วนๆ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับการสนับสนุนทางการเงินหรือทางอื่นใดจากคุณรสนา อยากให้นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ประชาชนสามารถทำได้เองเพื่อสนับสนุนผู้สมัครที่เราชอบกันนะครับ หวังว่าทุกคนจะช่วยกันสนับสนุนและออกไปเลือกตั้งกันนะครับ สิงห์ ป.ล. ช่วยforwardกันเยอะเยอะเยอะเลยนะเออ + ใครเห็นด้วยเอา embed code ไปแปะกันเยอะๆลยนะ (กดที่คำว่า menu ใต้วิดีโอมันจะขึ้นมาให้ดู) 2月12日 ตอบตามใจ 12 ตอบตามใจ 12 ถ:สวัสดีคะ พอดีอ่านเจอในแพรวสุด ก็เลยเมลมาให้คุณช่วยตอบ วันหนึ่งคุณรู้สึกอยากจะเปลี่ยนงานแต่คุณไม่กล้าที่จะบอกหัวหน้าคุณ คุณจะบอกไงค่ะ ขอบคุณนะคะ จืราภรณ์ ต:โอสถ์ ช่างเป็นปัญหาโลกแตกจริงๆนะครับ ไอเรื่องนี้ ผมเจอไอเคสเดียวกันนี้ในเพื่อนผมก็มากมายหลายคน โอสถ์ ทางที่ดีนะผมว่าเรื่องพวกนี้ถือคติเห็นแก่ตัวเป็นดีที่สุดสุดท้ายมันก็ชีวิตเราแหละเน่อ ถ้าเอาความเกรงใจมานำผมว่าก็เท่านั้น หัวหน้าเค้าอย่างมากก็น้อยใจและบ่นว่า “ชิ ใช่ซี่ ฉันมันไม่เก่งเหมือนบรรหารนี่” ไปสองสามอาทิตย์แต่เชื่อว่าสุดท้ายหัวหน้าที่รักก็คงจะทำใจได้และหาลูกน้องคนใหม่มาใช้สอยต่อไป ส่วนตัวเราเองหากจะทนทำต่อไปก็คงจะเป็นทุกมากกว่าเยอะ บ่นให้ใครฟังไปก็ไร้ผลเพราะว่าสุดท้ายก็ติดอยู่ตรงจุดเดิมอยู่ดี เปรียบได้เสมือนกับนางเอกหนังเกาหลีที่เป็นโรคลูคิเมีย(มันเกี่ยวอะไรกัน) แต่ถ้าไม่กล้าบอกจริงผมก็ขอแนะนำให้แกล้งป่วยเป็นริดสีดวงอย่างอุกอาจ ลาซะอย่างละม่อม เปลี่ยนเบอร์และไม่อย่างกรายไปใกล้ออฟฟิศในระยะ 3 กิโลเมตรเป็นเวลาสิปแปดเดือนครับ ..... ล้อเล่นนะ... อย่าไปทำจริงนะครับ ขี้เกียจรับผิดชอบ :-P ถ:หวัดดีคุณสิงห์ เมื่อใหร่ประเทศเราจะสงบสุขสักทีและคุณคิดว่าการที่ประเทศหนึ่งจะสงบสุขต้องประกอบด้วยปัจจัยอะไรบ้าง ขอบคุณ ปล.ทำไมไม่เคยถ่ายรูปในลักษณะที่คนปกติถ่ายบ้างล่ะเนี่ย? Werayoot ต: ประเทศไทยสงบสุขรึเปล่า? ผมว่าตามมาตรฐานสากลเราคงต้องตอบว่าสงบสุขนะ สงครามกลางเมืองหรือนอกเมืองเราก็ไม่มี หากจะนับสามจังหวัดภาคใต้ก็ยังต้องถือว่าเกิดขึ้นในพื้นที่ที่จำกัดมาก อันนี้ไม่ได้บอกว่าประเทศเรานั้นดีอยู่แล้ว เพียงแค่ถ้าเราว่ากันเรื่องความสงบสุขในเชิงกายภาพแล้ว ผมก็ต้องถือว่าประเทศไทยนั้นดีกว่าหลายๆประเทศมากๆ (ดูอย่างพม่าสิครับ) แต่ผมก็เข้าใจว่าสิ่งที่คุณพยายามจะสื่อนั้นน่าจะเป็นเรื่องการเมืองและโครงสร้างอำนาจมากกว่า แต่ผมว่ารัฐบาลที่ได้จากการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะอยู่ได้นานนะครับ แต่ไม่ใช่เพราะว่ามีความเข้มแข็งหรือศักยภาพอันสูงส่งอะไรหรอก แต่มีเหตุผลอื่นครับ หากจะลองคิดดู ก็อย่างที่รู้ๆกันว่ารัฐบาลนี้ ไม่ได้ใกล้เคียงกับการเป็นขวัญใจชนชั้นกลางเท่าไหร่นัก และก็ได้เห็นกันแล้วว่าการยึดฐานเสียงรากหญ้าแค่อย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าคุณจะอยู่ยงคงกระพันธ์ แต่หลังจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาผมว่ามันมีกระแสใหม่ที่แข็งแรงมากเข้ามาอยู่ตรงกลาง นั่นก็คือกระแส “ท้อ” หรือว่า “เบื่อการเมือง” ซึ่งไม่ได้มีอิทธิพลกับแค่คนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้สนใจสังคมอยู่แล้ว แต่การที่สู้กันมาแทบตายในปีครึ่งที่ผ่านมา และสุดท้ายก็ได้อีตานี่มาเป็นนายกฯเนี่ย มันส่งผลให้ความท้อแท้แผ่ขยายไปสู่กลุ่มคนที่ก่อนหน้านี้มีพลังและความตั้งใจจริงในการขับเคลื่อนสังคมจนหมดกำลังใจไปตามๆกัน ไม่ว่าจะเป็นคนรอบตัวผมที่จัดได้ว่าเป็น “ปัญญาชน” หรือว่า “คนหนุ่มสาวไฟแรง” พอลองถามเรื่องการเมืองดู ก็พากันส่ายหัวถอดหายใจไปตามๆกัน ผมเลยเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงที่มีกำลังมาจากประชาชนในช่วงนี้คงจะเป็นไปได้ยาก และขั้วอำนาจอีกขั้วหนึ่งก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มถอยเข้าคลองไปเพราะว่าเข็ดกันแล้วมั้งครับ เพราะ ฉ นั้นผมว่าถ้าเราอยากได้ “ความสงบสุข” ที่ต้องแลกมาด้วยการปล่อยให้รัฐบาลชุดนี้ครองเมืองไปอีกสักสองสามปี ผมว่าเราได้ค่อนข้างจะแน่นอนครับ แต่ในมุมมองของผม ก็ไม่จำเป็นที่คำว่า “สงบสุข”จะต้องเป็นเรื่องดีเสมอไป มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นความสงบสุขที่หยุดนิ่งอยู่ที่สภาวะไหนด้วย (โดยส่วนตัวรับไม่ได้กับ นายกฯและก็มหาดไทฯที่สุดแล้ว แม่เจ้าคุณเอ๊ย~~~) และที่แย่ที่สุดก็คือถึงแม้จะเอาระเบิดไปปาทำเนียบ เรื่องก็ไม่จบ ทุกอย่างมันอยู่ที่โครงสร้างน่ะครับ ถ้าอยากได้ความสงบที่ไม่ต้องแลกกันขนาดนี้ผมว่าเราก็ต้องมีประชาธิปไตยที่แข็งแรงกว่านี้อย่างมากครับแต่ก็อีกนั่นแหละ ผมเขียนข้อความนี้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พอตีพิมพ์จริงๆจะเกิดอะไรขึ้นบ้างแล้วก็ไม่รู้ ไปดูนี่ซะ http://www.fringer.org/?p=318 โกรธโว้ย ป.ล.คุณหมายถึงรูปผมดูดีเกินมนุษย์ทุกรูปเลยใช่หรือเปล่า ผมรู้ครับ มีคนบอกบ่อย หนักใจครับ (ถุย!) ถ: ดีค่ะ...^_^ -- ช่วยตอบให้หายข้องใจที --... คือ ไม่เข้าใจว่า เดี๋ยวนี้โทรทัศน์ไทยเป็นอะไร ทำไมมันต้องมีส่ง sms ความคิดเห็นด้วย มันน่ารำคาญอ่ะ ... บางทีก็ไม่ได้ อยากอ่านหรอกนะ แต่มันโชว์ขึ้นมาซะเกือบครึ่งจอ ซะขนาดนั้น ใครไม่สะดุดตาก็บ้าแล้ว เดี๋ยวนี้เลยกลายเป็นว่า ถ้าที่บ้านมี ทีวี 30นิ้ว คงได้เห็นจอภาพจริงๆแค่ประมาณ 27 นิ้ว suparom prasatkaew ต: ง่ายๆครับ เหตุผลก็คือรายได้นั่นเอง แบ่งกันสามทางระหว่างเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ และผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เมื่อผู้เกี่ยวข้องในการผลิตรายการมีแรงจูงใจกันขนาดนี้แล้ว ผมว่ามันก็ผิดธรรมชาติไปค่อนข้างเยอะนะครับ ถ้าหากว่าไอธุรกิจตรงนี้มันจะหายไป อย่างของเอเอฟผมคุยกับเจ้าของรายการ ถ้าจำไม่ผิดรายการนี้ก็มีรายได้จาก sms มากกว่า 20 ล้านบาทต่อหนึ่ง season แต่ก็อีกนั่นแหละ แค่บางสิ่งเป็นธรรมชาติของธุรกิจ ก็ใช่ว่ามันจะต้องเป็นเรื่องดีเสมอไป ส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่สนับสนุน Liberalism หรือว่าลัทธิเสรีนิยมเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงแม้ว่าตัวคอนเซปของไอการส่ง sms นี้ อาจจะฟังดูดีเหมือนกับว่าเป็นการส่งเสริมเสรีนิยม ให้คนได้ออกความเห็นเพื่ออภิปรายประเด็นเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปที่ดีกว่า แต่เอาเข้าจริงๆ ธรรมชาติของมนุษย์ก็มักจะทำให้ทุกอย่างที่ดีในเชิงหลักการพังในเชิงปฏิบัติเสมอ กล่าวคือเสรีนิยมที่แท้จริงนั้น คือการออกความเห็นโดยมีพื้นฐานจาก “ความเป็นจริง” และ “ตรรกะที่สมบูรณ์” และที่สำคัญคือทุกคนต้องรับผิดชอบในความเห็นของตน โดยสรีชนที่แท้จริงจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น เสรีชนที่แท้จริงจะนำเอาความคิดที่ตกตะกอนแล้วไปใช้ในการสร้างรากฐานของการใช้ชีวิตและการกระทำอีกด้วย มิเช่นนั้นความคิด วาจา และการกระทำก็จะไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน และไม่สามารถถือเป็นอิสระอย่างแท้จริงได้ แต่เมืองไทยเรารับอะไรก็เอามาแต่เปลือกแหละครับ ไม่ใช่แค่sms แต่รวมถึงพวก web board หรือพวก forumต่างๆในอินเตอร์เน็ตด้วย วันๆเข้าไปผมก็เจอแต่พวก “เกรียน” เต็มไปหมด (พวกที่วันๆสักแต่ด่าอย่างไร้เหตุผล ไม่ดูตาม้าตาเรือนั่นแหละครับ) และใครพูดอะไรก็ไม่เคยต้องรับผิดชอบเลย แม้กระทั่งพวกที่ชอบสัญญาออกทีวีก็ตาม แต่ก็อีกนันแหละ ผมด่ามากไปเดี๋ยวกลายเป็น “เกรียน” ไปซะเอง ว่าแล้วออกไปทำอะไรดีๆกันดีกว่า อย่าเอาแต่นั่งบ่นเลยคราบ ถ:ถ้าความตายเป็นสิ่งแน่นอน แล้ว ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนถ้างั้น แม้แต่ความตาย ก็เป็นสิ่งไม่แน่นอนด้วยสิ เอ๊ะยังไง งง?!!" ช่วยอธิบายด้วยคับ ขอบคุณคับ Icoolpk ต: ก็เหมือนกับการที่ชาวอุดรฯชอบกินไข่เจียว และวงเฉลียงก็มีเพลงไข่เจียว เพราะ ฉ นั้นวงเฉลียงจึงมาจากอุดรฯกันทั้งวง แต่ขณะเดียวกันทักษิณหน้าเหลี่ยม แต่ไข่เจียวนั้นออกไปทางกลม ทักษิณจึงไม่ใช่ชาวอุดรฯ และชาวอุดรจะหน้ากลม สมฤดี นั่นแหละครับ |
|
|