| Singha 的个人资料Toilet for thoughts...照片日志留言簿 | 帮助 |
|
2月21日 Onenight Genius 3ใบไม้แดง 15 อัจฉริยะพาเพลิน 3
กฏิกาการแข่งขันในรอบแรก ให้ใช้อุปกรณ์ที่มีดัดแปลงโต๊ะบิลเลียต ส่งลูกสีทั้ง 7 ลูกลงหลุมทั้ง 6 หลุมด้วยการขยับลูกขาวเพียงครั้งเดียว โดยจะให้ลูกขาวเคลื่อนไหวในแบบใดก็ได้ แต่แรงส่งแรกจะต้องมาจากลูกขาว และจะต้องเกิดจากการเคลื่อนที่ของลูกขาวเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น มีเวลาทั้งหมด 30 นาที ทีมใดทำได้น้อยลูกหรือใช้เวลาเยอะที่สุด ตกรอบ อุปกรณ์ 1.ลูกโป่ง 2.หนังยาง 3.ลูกบาสเก็ตบอล ลูกฟุตบอล ลูกเปตอง 4.เข็มหมุด 5.ด้าย 6.เชือกฟาง 7.ดินน้ำมัน 8.อุปกรณ์ ตัด ต่อ ห่อ หุ้ม
เมื่อถูกแจ้กฏิกาให้ทราบแล้ว ผมกับพี่เล็ก ติวเตอร์มือหนึ่ง กลืนน้ำลายหนึ่งอึก เป็นสัญญาณบอกว่า “เย_ตะโขง โคตรยากเลย” พวกเราถูกจับแยกกันทันทีเพื่อไม่ให้ปรึกษากันก่อน เรามีเวลาคนละประมาณ 3 นาทีไปเดินคิดรอบๆร้าน super sport ซึ่งเป็นสถานที่แข่งขัน ความคิดแรกที่มาถึงหัวของผมก็คือ ลูกทั้ง7นั้น จะอยู่ที่ไหนไม่ได้ยกเว้นตรงจ่อปากหลุม แต่จะมีวิธีไหนล่ะที่จะส่งพวกมันลงหลุมพร้อมกัน หนำซ้ำหลุมยังมีเพียงแค่ 6 หลุม ซึ่งหมายความว่า ต้องทีหลุมหนึ่งหลุมที่จะต้องใช้รองรับลูกถึงสองลูก แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เฉพาะหน้าได้สี่ลูกผมก็โอเคแล้ว หรือว่าจะหวังพึ่งพี่เล็กดี ผมคิด ไม่ได้ ไม่ได้ เราต้องช่วยๆกัน เดี๋ยวก็ต้องพึ่งตัวเองต่อไปถ้าผ่านไปรอบหน้า
ผ่านไป 3 นาที พวกเราเดินกลับมาเจอกันที่โต๊ะบิลเลียต หน้าตาของพี่เล็กนั้นยากจะบอกว่ามาดีหรือร้าย เป็นหน้าตาที่เยือกเย็นดุจเทือกเขาแอลป์ก่อนเกิดภาวะโลกร้อน พี่อี้ พิธีกรสุกหล่อ เดินเข้ามามองหน้าพวกเราสองคน กล้องอีก 5 ตัวจ่อทุกรูขุมขน เอาละเว้ย... “ทั้งสองท่านพร้อมแล้วนะครับ” “ครับ-ครับ” “ถ้าเช่นนั้น สามสิบนาที ส่งลูกบิลเลียตลงหลุม... เริ่มได้ครับ” นาฬิกาดิจิตอลเรือนกระบือเริ่มเดิน ตัวเลขสีแดงตัวใหญ่ลดค่าของตัวเองลงเรื่อยในขณะที่ผมและพี่เล็กทิ้งกระเป๋าชุดยังชีพ วิ่งแจ้นเข้าหากัน “พี่ว่าไง” “แล้วน้องอ่ะ ว่าไง” “อะแฮ่ม... ผมว่านะ อย่างแรกเลยนะ เราต้องเอาลูกทุกลูกจ่อปากหลุม แล้วก็ต้องหาอะไรมาดีดมันลงไปพร้อมๆกัน ผมว่าหนังยางจะมีประโยชน์มากเลยนะ” “เฮ้ย จะดีเหรอ เสียเวลาไปมั้ง นั่งขึงหนังยาง” “เหรอ พี่ งั้นเอาไงดี” “พี่ว่านะ เราเอาลูกสีรวมเป็นเป็นกลุ่มตรงกลาง แล้วซัดลูกขาวจากด้านบนนะ ให้มันแบบ แตกกระจายเลยอะไรเงี้ยะ พี่ว่าน่าจะลงเยอะนะ” “............................... แบบว่า เล็งเอาน่ะเหรอ” “เออ ต้องตั้งใจเล็งหน่อยนะ” “..................................................................................................” “.......................................(ยิ้ม พริมใจ).......................................” “..................................................................................................” “จะบ้าเหรอ! มันจะไปลงได้ไงล่ะฟระ! ล้อเล่น” “อะ อ้าว.... จะรู้ไหมพี่ ขำอยู่หรอก แต่เสียเวลานิ” “อะจริงๆแล้ว น้องว่าไงครับ” ผมเหลือบมองดูอุปกรณ์ทั้งหมด ลองหาสิ่งที่ใช้ได้อย่างสิ้นหวัง แต่แล้วก็มาสะดุดตาอยู่ตรงลูกบอลกับลูกบาส และหนังยาง ทันใดนั้น เสียงปิ้งก็ดังขึ้น ปิ้ง “เฮ้ย! พี่ อันนี้แหละน่าจะใช้ได้” เพื่อเป็นการประหยัดคำพูด ไอเดียของผมพอจะสรุปเป็นรูปวาดได้ดังนี้ Snook table1.bmp (รูปขวา ข่างล่าง)
โดยทฤษฎีแล้ว ด้วยการปล่อยลูกขาวจากด้านบนไปกระทบลูกบาสและลูกฟุตบอล แรงส่งจะทำให้บอลทั้งสองลูกกลิ้งไปกระทบหนังยาง ซึ่งจะดีดลูกสีทั้งหมดลงหลุมไป ซึ่งอย่างน้อยก็น่าจะเก็บได้สัก 5 ลูกในความติดของผม เว้นไว้ก็หลุมที่มีสองลูกจ่ออยู่ เพราะผมเกรงว่าแรงส่งจากหนังยางจะมีไม่เพียงพอ แน่นอนว่าผมไม่มั่นใจกับวิธีนี้เลย เพราะว่ามันยากมากที่จะควบคุมทิศทางการกลิ้งของบอลทั้งสองลูก และไหนจะต้องเสียเวลาร้อยหนังยางยาวๆตั้งสองเส้น อย่างไรก็ตาม มันเป็นวิธีเดียวที่คิดออกเฉพาะหน้า และยังไงซะก็ดีกว่าวิธีที่พี่เล็ก ติวเตอร์มือหนึ่ง พูดเล่นๆเมื่อครู่ ด้วยความสิ้นคิด ผมกับพี่เล็กจึงเริ่มตั้งหน้าตั้งตาร้อยหนังยางอย่างตั้งใจ พร้อมกับหวังว่าจะคิดอะไรดีๆออกระหว่างทาง เวลาผ่านไปประมาณ 8 นาที มีเสียงดังขึ้น “ดัต ดัต” ทุกอย่างในเกมหยุดนิ่ง พวกราหยุดร้อยหนังยาง ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผม ตามที่คุณรุ่งบอก เกมทุกเกม ทีมงานได้คิดวิธีหาทางออกไว้หมดแล้ว ทางทีมงานจึงมองเห็นข้อบกพร่องของวิธีการที่พวกเราทำอยู่อย่างทะลุปรุโปร่ง พี่ทีมงานคนนั้นพูดกับผมเบาๆ “อืม มันน่าจะดีนะ ถ้าเรามีอะไรมาเป็นตัวยึดตรงกลาง” “เอ๋...” “และมันก็หน้าจะดีนะถ้า ถ้าขยับลูกขาวทีเดียว ตัวยึดนั้นก็ไม่มีแล้ว” “....เฮ้ย... นี่ พี่...” “ไม่มีอะไร พูดกับฟ้ากับดิน .... เอ้า! ถ่ายต่อ 1-2-3” ผมยืนงงอยู่ซักพัก เวร...มีช่วยกันด้วยเหรอ สงสัยกลัวเราออกมาโง่เกิน คนจะด่ารายการเอา แต่ไม่เป็นไร ให้อะไรตอนนี้ก็รับวะ แต่ก็ต้องมาเขียนบอกชาวบ้านทีหลังด้วยว่าถ้าผ่านรอบนี้ไปได้ ก็เพราะมีพรายกระซิบ 2 ประโยค จะได้ไม่หลงตัวเองไป ผมหยุดร้อยหนังยางชั่วคราว ประมวลคำพูดของพี่เขา อืม... ตรงกลาง ๆ ...ลูกขาวมา...กลางหายไป ....อะไรวะสาดดดดด
ปิ้ง
และนี่คือสิ่งที่ผมคิดออก snook table.bmp (รูปซ้าย)
ด้วยการเอาหนังยางขึงไว้หน้าหลุมทุกหลุม แล้วร้อยเข้ากับเชือกฟางแล้วเอามาขึงไว้กับลูกโป่งที่ใช้เข็มหมุดปุกไว้ตรงกลางโต๊ะ เท่านี้ก็จะได้แกนกลางที่พี่คนนั้นพูดถึง แถมทำให้หนังยางเด้งถูกทิศทางและยังตึงเต็มที่อีกด้วย ขจัดข้อเสียของวิธีที่แล้วไปหมดสิ้น ส่วนวิธีการใช้ลูกขาวก็คือการเอาเข็มติดไว้กับลูกขาวแล้วปล่อยลงมาจากด้านบนให้โดนลูกโป่งแตก และปล่อยหนุงยางให้เด้งกลับไปในทุกทิศทาง
ผลการแข่งขัน รอบที่หนึ่ง อันดับ 1 ดร.อาร์ท กับหมอฟันเป็ด ลูกลงหลุม 7 ลูก ใช้เวลา 26 นาที 38 วินาที อันดับ 2 พี่เล็ก ติวเตอร์มือหนึ่ง กับ วรรณสิงห์ ลูกลงหลุม 5 ลูก ใช้เวลา 28 นาที 23 วินาที (หลุมที่ซ้อนกันสองลูกไม่ลง) อันดับ 3 พี่เบน ทหารแผนกสถาปัตยกรรมกับ พี่โบว์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปรับโครงสร้างระบบธุรกิจ ลูกลงหลุม 5 ลูก ใช้เวลา 28 นาที 32 วินาที อันดับ 4 ผศ.ดร.ปกรณ์ ดร.นักเรียนทุน พสวท. - พี่ต้อง นักข่าวอาชญากรรม ITV ลูกลงหลุม 3 ลูก ใช้เวลา 29 นาที 48 วินาที ตกรอบ
ผมดีใจเหมือนได้ทองดูไบที่ไม่ตกรอบแรก เท่านี้ก็กลับบ้านได้อย่างไม่อายใครแล้วสินะ ...... แล้วก็ได้กลับบ้านซะฉิบ ผมกับหมอเป็ดตกรอบสองอย่างพลันพร้อม เดินคอตกออกไปพร้อมกันตอนราวๆแปดโมงเช้า ความเจ็บใจยังคงซึมซับอยู่จนทุกวันนี้ จนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นกาษาเปรูได้ แต่ก็อภัยที่ไม่สามารถเล้ารายละเอียดทั้งหมดได้ เพราะว่าเดี๋ยวจะไปยาวจนไปกินหน้ากระดาษคอลัมน์คนอื่นเขา ซะฉิบ อย่างไรก็ตาม อย่างไรก็ดี นี่แหละครับคือประสบการณ์อัจฉริยะพาเพลินของผม
ป.ล. ขอโทษครับ จบยีไปหน่อย ขี้เกียจเขียนแร้ว + ดูรายการได้ที่ http://www.ktc.co.th/onenightgenius/ คลิ้กที่ ดูรายการย้อนหลัง à 13 พฤศจิกายน 2549
|
|
|